การเลี้ยงผีปู่ย่า

  การเลี้ยงผีปู่ย่า เป็นการเเสดงความเคารพเเละกตัญญูต่อบรรพบุรุษของคนภาคเหนือ ซึ่งในสมัยก่อนของชาวภาคเหนือเเละชาวล้านนา ต่างก็นับถือผี เเละบางคน ถึงกับต้องเลี้ยงผีไว้ในบ้านเลยเพราะตอนนั้น ศาสนา ยังไม่ค่อยเข้ามาถึงดินเเดนเหล่านี้ คนล้านนา การเลี้ยงผีปู่ย่านั้น ก็ไม่ใช่ผีหรือสัมภเวสีเเบบที่ทุกคนคิดว่ามันจะน่ากลัวหรือเปล่า

จะบอกก่อนว่า มันไม่ได้น่ากลัวเเบบที่เราคิด เพราะความเชื่อ ของคนเหนือ หรือคนล้านนาเเล้ว ผีปู่ย่า ก็คือผีบรรพบุรุษของตระกูลนั้นนั่นเอง เมื่อคนในบ้านตายไปเเล้ว ก็จะสร้างศาลเล็กๆ หรือบางคนที่ไม่สะดวกตั้งศาล ก็ตั้งไว้ในบ้าน เป็นโซนๆไป สำหรับผีปู่ย่าทางความเชื่อของชาวภาคเหนือเเล้ว ก็คือ การเก็บเถ้ากระดูกของคนในตระกูล มาไว้รวมกัน เเละตั้งศาลไห้

เพราะชาวภาคเหนือ มีความเชื่อว่า ผีของครอบครัวของเราที่ตายไปเเล้ว จะมาดูเเล ปกป้อง เเละรักษาทุกคนภายในบ้าน ไม่ไห้มีอันตรายใดๆ เเละรอดปลอดภัย เหมือนอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนเดิม ชาวภาคเหนือมีความเชื่อว่า จะได้ใกล้ชิดเเละไห้ดูเเลลูกหลานของตัวเอง เเต่ไม่ได้ไห้มาดูเเลเหนื่อยๆฟรีๆเเต่อย่างใด 

ในการเเสดงความรักกับคนที่เรารักเเล้วนั้น จะต้องมีการทำบุญ เเละไหว้อาหารไห้กับผีปู่ย่า บางบ้าน ถึงกับจัดฟ้อน เเละเลี้ยงฉลองเลยทีเดียว เป็นการไหว้ผีปู่ย่าที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งในงานมีความสนุกสนาน มีการจัดเลี้ยง เเละสังสรรค์กับคนในครอบครัวของตัวเอง ซึ่งเป็นความอบอุ่นอย่างหนึ่ง เเละสำคัญกับคนในครอบครัวเเละตระกูลเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน ความเชื่อเหล่านี้ อาจจะลดหายไปมากเเล้ว เพราะตั้งเเต่มีเทคโนโลยี เเละคนสมัยใหม่เกิดขึ้นมา ก็ไม่มีใครคอยเชื่อเรื่องพวกนี้เเล้ว ตำนานเเละการนับถือผีบรรพบุรุษต่างๆ ก็ค่อยๆหายสาบสูญไปทีละน้อย ซึ่งในตอนนี้อาจจะไม่เหลือเเล้วก็ได้ เพราะมีศาสนา มาเป็นตัวขัดเกลาจิตใจเเทนการนับถือผีบรรพบุรุษ

เเล้ว ตำนานเเละการนับถือผีบรรพบุรุษต่างๆ ก็ค่อยๆหายสาบสูญไปทีละน้อย ซึ่งเป็นความเชื่อของเขา เเละเขาคงอยู่กันมาอย่างช้านาน เพราะเป็นคนภายในครอบครัว เราก็ยังเห็นอยู่บ้างตามบ้านในปัจจุบันในภาคเหนือ ที่จะจัดงาน ซึ่งเหนือในปัจจุบันของไทย ที่เป็นการเเสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษในตระกูลของตัวเอง เพราะชาวภาคเหนือมีความเชื่อกันว่า จะทำไห้ครอบครัวของตัวเอง ไม่มีปัญหาในการทะเลาะเบาะเเว้งใดๆ อีกทั้ง ยังช่วยคุ้มครองดูเเลลูกๆหลานๆในครอบครัวของตัวเองอีกด้วย เป็นความเชื่อ ที่มีเเต่ความกตัญญูรู้คุณ เเละไม่น่ากลัวเลย

 

ขอขอบคุณ  บาคาร่า sa gaming  ที่ให้การสนับสนุน

Continue Reading

ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกกัน

ต้นไม้มงคลนั้นคนส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในบ้านตามความเชื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่ซื้อบ้านใหม่จะนิยมหาซื้อมาปลูกกันเพื่อเป็นสิริมงคลให้โชคลาภอยู่เย็นเป็นสุข แล้วแต่ล่ะความเชื่อของแต่ละคน ต้นไม้มงคลมีมากมายหลายชนิดหายประเภท เราสามารถหาซื้อมาปลูกกันได้ โดยคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นเล็ก ๆ ไว้ประดับบ้านกัน

สามารถเคลื่อนได้ง่ายและดูแลรักษาความสะอาดบ้านง่ายด้วย ปัจจุบันต้นไม้มงคลถือว่าเป็นต้นไม้ที่สร้างอาชีพให้กับคนขายเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว เพราะคนไทยล้วนให้ความสำคัญกับต้นไม้มงคล หาซื้อมาปลูกตามบ้าน ตามคอนโดกัน เรามาดูกันว่าต้นไม้มงคลอะไรบ้างที่คนนิยมปลูกกันเป็นส่วนใหญ่

1.ต้นวาสนา  เป็นต้นไม้มงคลที่คนให้ความเชื่อว่าถ้านำมาปลูกในบ้าน จะทำให้คนในบ้านเรามีโชควาสนาทำการงานเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลให้กับบ้านที่อยู่อาศัยกัน ยิ่งถ้าบ้านไหนนำมาปลูกแล้วต้นวาสนาเกิดออกดอกขึ้นมาเชื่อกันว่าบ้านนั้นจะได้รับแต่โชคลาภเข้าบ้าน คนในบ้านได้รับความสมหวังทุกอย่าง

2.ต้นนางกวัก คนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อกันว่าถ้าปลูกต้นนางกวักไว้ในบ้านหรือไว้หน้าร้านค้า ต้นนางกวักจะช่วยเรียกเงินทองให้ไหลเข้ามา หรือเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน ส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าจะนิยมนำมาตั้งไว้หน้าร้านค้าของต้นเพื่อเป็นการเรียกลูกค้ากัน 

3.โป๊ยเซียน  เป็นต้นไม้มงคลที่คนเชื่อว่าปลูกแล้วช่วยในเรื่องปัดเป่าความทุกข์เอาสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ออกจากบ้าน ช่วยให้บ้านมีแต่ความสงบสุข ปราสจากความเดือดร้อน ให้บ้านมีแต่โชคลาภเงินทองไม่ขาด ช่วยให้คนในครอบครัวเจอแต่ความสุขพบเจอแต่สิ่งดี ๆ

4.ต้นมะลิ  เป็นต้นไม้มงคลที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้เพื่อเก็บดอกมาไหว้บูชาพระในบ้าน เป็นต้นไม้ที่ให้กลิ่นหอมกับบ้าน เชื่อว่าเป็นต้นไม้มงคลที่สร้างความบริสุทธิ์ให้กับบ้านที่เราอยู่ ปลูกแล้วทำให้บ้านมีแต่คนรักคนเคารพนับถือ ต้นมะลิจึงพบตามบ้านทั่วไปมากมายในปัจจุบัน

5.ต้นกระบองเพชร  เป็นต้นไม้มงคลที่คนเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ทำให้การงานเจริญก้าวหน้า ให้โชคลาภแก่คนที่นำมาปลูก ส่วนใหญ่คนทำงานจะนิยมนำมาปลูกไว้บนโต๊ะทำงานกัน เชื่อว่าจะทำให้การงานเจริญรุ่งเรือง ต้นกระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่มีความอดทนต่อทุกสภาพอากาศ

6.ต้นกล้วยไม้ เป็นต้นไม้มงคลที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกกันตามบ้านเรือนมากมาย เชื่อว่าปลูกไว้แล้วทำให้คนในบ้านมีคุณธรรม เป็นคนจิตใจอ่อนโยน บางบ้านก็นิยมปลูกไว้เพื่อเก็บดอกมากราบไหว้พระในบ้าน

Continue Reading

วิธีเก็บรักษาลิปสติกให้ใช้นานๆ 

ลิปสติกที่ยังไม่ได้เปิดใช้คุณรู้หรือไม่ว่ามันมีอายุนานได้ขนาดไหนกันซึ่งวันนี้ทางเว็บ  บาคาร่าออนไลน์  ของเรามีวิธีการสังเกตกับลิปสติกที่หมดอายุหรือมีวิธีการดูแลลิปสติกของเราให้อยู่กับเรานานให้ใช้นานนานก็เป็นการคุ้มค่าของมันมากที่สุดโดยมีวิธีดังนี้ 

ลิปสติกเป็นของที่คู่กับผู้หญิงโดยไม่มีใครแน่นอนที่จะไม่ทาลิปสติกเพราะถือได้ว่าเป็นของคู่กับผู้หญิงซึ่งไม่สามารถที่จะแยกออกจากผู้หญิงได้อย่างแน่นอนเพราะทำให้ผู้หญิงเรานั้นดูสวยและโดดเด่นขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง อย่างที่ว่าหาไม่มีการแต่งหน้าตาหรือทาลิปสติกอย่างเช่นหน้าสุดนี้ทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นอาจดูไม่ได้ซึ่งมันก่อให้เกิดเหตุการณ์ในหลายคนที่เราเรียกว่าคนป่วยนั่นเอง 

คุณรู้หรือไม่ว่าลิปสติกที่เราใช้ทุกวันมีวันหมดอายุนะคะ 

การใช้ลิปสติกที่หมดอายุมันเสียงมากรู้ไหมพบคุณไม่อาจรู้เลยว่าคุณจะแพ้มันเพราะอะไรบางคนที่ใช้แล้วมีอาการคันบวมขึ้นมาบางคนคิดว่าเป็นการแพ้ลิปสติกแต่อันที่จริงแล้วเราดันเผลอไปใช้ลิปสติกที่หมดอายุการใช้งานนั่นเอง 

สาวสาวรู้ หรือไม่ว่าลิปสติกที่ยังไม่เปิดใช้งานมีอายุกี่ปีกันแน่ 

ลิปสติกที่เราใช้นั้นหากยังไม่เปิดใช้มันก็ยังมีอายุการใช้งานของมันไม่ต่างกับที่เราได้เปิดใช้แล้วเช่นกันโดยปกติแล้วลิปจุ๋มหรือลิปบาล์มลิปกอดที่เรารู้จักมันมีอายุการใช้งานประมาณสามปีแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราเปิดใช้งานแล้วจะใช้ได้ถึงสามปีนะคะเพราะหากมีการเปิดใช้งานเราควรใช้งานให้หมดภายในสองปีค่ะ 

ซึ่งเอาจริงๆแล้วรีบส่วนใหญ่ก็ไม่ควรเกินหนึ่งปีนะคะเพราะถือได้ว่าไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือการใช้งานในรูปแบบที่ผิดแปลกไปอาจส่งผลให้นิติของคุณหมดอายุเร็วขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัวซึ่งหากใช้ไปแล้วเกิดอาการแพ้มีผื่นคันหรือบวมแดงหรืออาจจะเป็นตุ่มบริเวณปากให้คุณควรรีบหยุดใช้ทันทีและสิ่งที่สำคัญควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วนก่อนที่มันจะเป็นอะไร มากไปกว่านี้นะคะ 

สำหรับท่านที่สงสัยว่าลิปสติกหมดอายุแล้วสามารถนำมาใช้งานได้หรือไม่ 

สิ่งที่เราจะบอกต่อไปนี้อาจจะขัดใจกับสาวสาวหลายคนก็ได้นะคะแต่หากลิปสติกที่หมดอายุแล้วแล้วคุณโยนทิ้งเถอะค่ะไม่ควรนำมาใช้อย่างแน่นอนเข้าใจนะว่าลิปสติกของคุณอาจจะมีสีสวยโดดเด่นหรือราคาแพงก็ตามแต่หากมีการหมดอายุแล้วไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้เพราะถือได้ว่าเป็นของที่หมดอายุคุณภาพก็เสื่อมไปด้วยโดยอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคือง บริเวณริมฝีปากของเราได้นั่นเอง              

Continue Reading

ดีจริงหรือที่หุ่นยนต์จะทำงานแทนมนุษย์

ตามยุคตามสมัยมักจะมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ และความเจริญก้าวหน้าที่ถูกพัฒนาจากอดีตสู้ปัจจุบัน โดยเฉพาะการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ที่ก้าวล้ำและไปไวอย่างมาก เทคโนโลยีถูกพัฒนาและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นใครที่มีความสนใจหรือทำงานในด้านที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยี จะต้องคอยรับข่าวการพัฒนาของมันอยู่เสมอหรืออาจจะทุกวันเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น คุณเรียนทางด้านเทคโนโลยี ในปีแรกจะได้เรียนหลักสูตรของเทคโนโลยีในปีของคุณ แต่เมื่อคุณเรียนจบตลอดระยะเวลา 4 ปีนั้น

เทคโนโลยีได้ก้าวกระโดด และแน่นอนว่าถ้าคุณไม่ทำการศึกษามัน นั้นจะทำให้คุณมีแค่เพียงความรู้เรื่องเทคโนโลยีตามหลักสูตรที่เรียนเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา และเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาให้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในยุคสมัยนี้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น หุ่นยนต์ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบAi เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เราสามารถควบคุมหรือสั่งการอย่างไรก็ได้ตามที่เราต้องการที่จะป้อนข้อมูลให้กับมัน แน่นอนว่ามันจะต้องสะดวกสบายอยู่แล้ว เพราะแถบจะไม่ต้องทำอะไรเลย

เมื่อเรามีสิ่งประดิษฐ์นี้ แต่ก็นั้นแหละไม่เพียงแค่เอามาตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทั่วไปแล้วเท่านั้น แต่ในปัจจุบันในหลายๆองค์กร หน่วยงาน ได้เริ่มนำเอาหุ่นเข้าไปมีบทบาทต่อการทำงานเรียบร้อยแล้ว แล้วได้ผลสรุปที่ว่า หุ่นเป็นเครื่องจักรที่มีความอดทน และสามารถทำงานได้ทุกเมื่อ ถ้าหากเปรียบเทียบกับมนุษย์ก็ต่างการสิ้นเชิง

นั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะหุ่นยนต์ไม่ได้มีร่างกายและระบบการทำงานเหมือนมนุษย์ ในตอนนี้ผู้คนทั่วโลกบางอาชีพถึงกับต้องตกงาน โดนปลดออกจากงานที่เคยทำมาตลอด เพียงเพราะจะเอาหุ่นยนต์มาแทนที่ด้วยสาเหตุที่ว่า การใช้หุ่นยนต์ในการทำงานนั้นจะช่วยในการประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลามากขึ้น จนกลายเป็นว่าหลายๆคนก็ต้องบอกลาอาชีพของตัวเอง จึงมีแนวคิดที่ว่าในอนาคตนั้น จะอีกกี่อาชีพที่หุ่นยนต์จะเข้าไปแทนที่ได้ ถ้าหากมันถูกพัฒนาให้เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ได้ หรือสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ อาชีพที่มั่นคงอย่าง แพทย์ จะยังคงอยู่รอดไปอีกสิบปี

เพราะถ้าหากหุ่นยนต์ถูกพัฒนาให้รับรู้ได้ทุกอย่างเหมือนกันมนุษย์ แล้วสามารถพัฒนาตัวมันเองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์ในการควบคุมหรือป้อนข้อมูลใส่ให้ คนที่แย่จะคือมนุษย์ใช้หรือไม่ เพราะปัญญาประดิษฐ์พวกนี้นั้นจะเข้ามาเป็นคู่แข่งทางการทำงานของมนุษย์อย่างแน่นอน ถ้ามันถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับมนุษย์ เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องคอยศึกษาและพัฒนาไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้หุ่นยนต์พวกนั้นเข้ามาทำงานแทนที่เราได้ เราจะต้องมีความคิดและพัฒนาตรเองอยู่ตลอดเวลา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

Continue Reading

คลิปอาจารย์ ตบหัวเด็ก

 

กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ตอนนี้สำหรับคลิปที่กำลังเผยแพร่

ซึ่งเป็นการแอบถ่ายในโรงเรียนของเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งโดยในคลิปจะเห็นว่าน้องเด็กผู้หญิงเดินไปซื้อของที่ร้านสหกรณ์ของโรงเรียนแล้วอาจารย์ที่สอนเจอจึงเรียกน้องผู้หญิง แต่เด็กหญิงอาจจะไม่ได้ยินจึงไม่ได้มีการขานตอบรับซึ่งหลังจากนั้น น้องเด็กผู้หญิงและอาจารย์คนดังกล่าวก็เข้าห้องเรียนหลังจากเข้ามาในห้องแล้วอาจารย์คนดังกล่าวก็เรียกน้องผู้หญิงว่ามึงแล้วเรียกให้เข้าไปหา

แต่เมื่อเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวเดินไปใกล้อาจารย์ก็ถูกอาจารย์คนดังกล่าวเอามือตบไปที่หลัง ของเด็กผู้หญิงและมีการพูดจาหยาบคาย อีกทั้งยังบอกด้วยว่า มากกว่านี้ก็มีคนเคยเจอมาแล้ว ซึ่งเมื่อคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกมาจึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของอาจารย์ท่านนี้เป็นจำนวนมาก เพราะใช้คำหยาบคายกับเด็กนักเรียน และทำรุนแรงด้วยการตบเด็กนักเรียน ซึ่งฟังจากในคลิปจะทราบได้ว่าพฤติกรรมแบบนี้อาจารย์ท่านนี้ได้ทำมานานแล้วและทำบ่อยด้วย

เมื่อชาวโซเชียวได้เห็นคลิปบางคนที่เคยเรียนที่นี่และเรียนจบไปแล้วก็ออกมาเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองเคยโดยกระทำมา พร้อมทั้งยืนยันว่าเป็นครูคนเดียวกัน เคยพาผู้ปกครองไปเอาเรื่องที่โรงเรียน แต่อาจารย์ท่านนี้ก็ไม่ยอมออกมาสู้หน้า ได้แต่ให้อาจารย์เป็นคนรับหน้าแทน 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คลิปอาจารย์ ตบหัวเด็ก

สำหรับพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงระหว่างอาจารย์และเด็กนักเรียนเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก

และบางครั้งก็เป็นข่าวดังครึกโครม ซึ่งบางข่าวที่ออกมาเป็นการกระทำของอาจารย์ที่เป็นผู้หญิงก็มีและผู้ถูกกระทำบางครั้งก็เป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลก็มีพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงกับเด็กในโรงเรียนนั้น อันที่จริงไม่ควรเกิดขึ้นเพราะตอนนี้กระทรวงการศึกษาได้มีการออกกฎมาไม่ให้ทำโทษด้วยการตีด้วยซ้ำแต่ทำไม่ยังมีข่าวการตบ ตี เด็กนักเรียนจนตัวเขียว ตัวเป็นรอยมาให้ได้กันแทบจะทุกเดือน

การที่ผู้ปกครองส่งบุตรหลานอันเป็นที่รักของเขาไปให้อาจารย์ที่โรงเรียนดูแล นั่นเท่ากับว่าผู้ปกครองเหล่านั้น ไว้ใจในตัวอาจารย์ ไว้ใจในโรงเรียน  แต่เมื่อต้องมาพบกับการกระทำแบบนี้ทำให้ผู้ปกครองหลายท่านมีมุมมองกับทางโรงเรียนและทางกลุ่มครูอาจารย์เป็นลบ ทั้งที่อาจารย์อีกหลายท่านก็เป็นคนดี รักศิษย์ของตัวเอง 

          ถึงเวลาที่กระทรวงการศึกษาควรจริงจังกับการรับคนที่จะมาเป็นครูอาจารย์ให้เข็มงวดมากกว่านี้สักที เข้าใจว่าปัจจุบันครูและอาจารย์มีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของเด็กแต่ทางกระทรวงก็ควรหาแนวทางแก้ไขและป้องกัน ส่วนหนึ่งที่ครูขาดแคลนเพราะเงินเดือนน้อย ควรมีการปรับเปลี่ยนฐานเงินเดือนครูให้มากขึ้น แต่การที่จะสอบบรรจุเป็นครูก็ควรจะยากขึ้น ควรมีนักจิตวิทยามาสอบสัมภาษณ์เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่จะมาเป็นครูมีความรักเด็ก  เพื่ออนาคตที่ดีของเด็ก

Continue Reading