เรือยอชท์ที่มีราคาแพงที่สุด

เมื่อคุณนั้นจะพูดถึงเหล่ายานพาหนะสิ่งแรกที่คุณนั้นจะนึกถึงก็คือมอเตอร์ไซค์รถยนต์หรือจะเป็นเครื่องบินซึ่งคุณนั้นก็สามารถเจอมันได้ในทุกๆวันปัจจุบันแต่ถ้าหากว่าเรานั้นจะพูดถึงยานพาหนะที่เรานั้นไม่ได้เห็นมันบ่อยสักเท่าไหร่นักและมันฏจะมีแต่คนที่เป็นมหาเศรษฐีเท่านั้นที่จะสามารถเป็นเจ้าของมันได้นั้นก็คือเรือยอชท์ส่วนตัวนั่นเองซึ่งมันจะมีราคาที่ค่อนข้างแพงพอสมควรและคนอย่างเราธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะเป็นเจ้ของมันได้และมันจะมีแต่พวกคนมีเงินเท่านั้นที่จะสามารถเป็นเจ้าของมันได้นั่นเอง

เรือเลดี้ มูรา  เรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี1990โดยมีเจ้าของนั้นเป็นมหาเศรษฐีชาวซาอุดิอาระเบียชื่อว่านัสเซอร์อัลราชิดเรือยอชท์ลำนี้มีลักษณะความยาวถึง344ฟุตลำเรือลำนี้มันเป็นที่คุณรู้จักของคนส่วนใหญ่เนื่องจากชื่อที่ได้ติดอยู่ข้างเรือนั้นได้ทำมาจากทอง24กะรัตภายในของตัวเรือนั้นมีสระว่ายน้ำที่สามารถเลื่อนเก็บได้อีกทั้งยังได้มีการออกแบบบนด่านฟ้าเอาไว้เพื่อเอาไว้สำหรับจอดเฮลิคอปเตอร์ได้อีกด้วย และ ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของเรือยอชท์นั้นก็คือแพลตฟอร์มไฮดรอลิคที่ใช้เลื่อนเพื่อเปิดปิดพื้นที่ออกจากด้านข้างของตัวเรือและยังสามารถปรับให้ต่ำลงได้อย่างกับว่าเรานั้นนั่งอยู่ริมมหาสมุดเลยทีเดียวยังไม่หมดเพียงเท่านี้ยังมีเรือลำเล็ขนาดยาว48ฟุตรวมทั้งยังมีเฮลิคอปเตอร์คอยประจำการณ์บนเรือยอชท์ลำนี้อีกด้วย ซึ่งเรือยอชท์ลำนี้มีราคาสูงถึง210ล้านเหรียญสหรัฐหรือจะคิดเป็นเงินไทยประมาณ6405ล้านบาทเลยทีเดียว

 

เรืออัล เมียร์คาร์บ  เรือยอชท์จากประเทศเยอรมันลำนี้ซึ่งได้ถูกสร้างเอาไว้สำหรับลองรับนายกรัฐมนตรีของประเทศกาตาร์และรวมไปถึงรัฐมนตรีในต่างประเทศซึ่งเรือยอชท์ลำนี้มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกลำหนึ่งและได้รับการขนานนามว่าเป็นเรือยอชท์ที่สวยงามเป็นอันดับสองของโลก ซึ่งจุดเด่นของเรือยอชท์ลำนี้ก็คือมีโรงภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่อยู่ในตัวเรือยอชท์ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น

ด้านบนด่านฟ้ายังมีสระว่ายน้ำพร้อมกับลานจอดเฮลิคอปเตอร์และยังรวมไปถึงบาร์รอบๆสระว่ายน้ำและยังมีอุปกรณ์กีฬาทางน้ำให้เรานั้นได้เลือกเล่นได้หลากหลายประเภคซึ่งบนเรือยอชท์ลำนี้จะมีที่พักห้องนอนทั้งหมดจำนวน12ห้องซึ่งจะเป็นห้องนอนที่ถูกตกแต่งเป็นพิเศษสามารถรอรับแขกVIPได้ถึง24คน ซึ่งเรือยอชท์ลำนี้จะมีราคาแพงสุดถึง250ล้านดเหรียญสหรัฐหรือเราจะคิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณ7625ล้านบาท

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง ฝากขั้นต่ำ 100 บาท

Continue Reading

วิธีแก้ง่วงหลังตื่นนอน

เชื่อเลยว่าทุกคนคงจะเคยประสบปัญหาหลังการตื่นนอนแล้วง่วงจนอยากจะนอนต่ออีกรอบใช่ไหม อันที่จริงแล้วการนอนอีกสักงีบประมาณ 5-10 นาทีก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะ แต่ถ้าหากคุณไม่สามารถควบคุณตัวเองไว้ได้แน่ใจหรือไม่ ว่าจะไม่นอนไปมากกว่านั้น การนอนหลับนั้นถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีเลยทีเดียวสำหรับร่างกาย แต่ตามคำกล่าวที่ว่าเรานั้นควรนอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมงนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากยิ่งนอนมากๆจากประโยชน์ที่ได้รับจากการพักผ่อน ก็จะกลายเป็นโทษที่ย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายของคุณเสียเอง คุณอาจจะมีความรู้สึกเพลีย และ เหนื่อยล้ามากกว่าเดิม รวมไปถึงจะทำให้คุณง่วงไปตลอดทั้งวัน

เพราะฉะนั้นแล้วในบทความนี้เราจึงอยากจะแชร์ประสบการณ์ที่จะช่วยแก้อาการอยากนอนต่อในตื่นแรกของเช้าวันใหม่ ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั้นมีดังนี้

  • ตั้งเวลานาฬิกาปลุกเอาไว้ถี่ๆ ไม่ใช่แค่การตั้งห่างจากเวลาหลักที่คุณตื่นจนมากเกินไป อย่างน้อยต้องตั้งปลุกเอาไว้ทุกๆ 5-10 นาที เอาไว้หลายๆรอบ เพราะทุกๆครั้งในการแจ้งเตือนนั้นจะทำให้คุณรู้สึกรำคาญใจจนต้องลุกขึ้นมาปิดอยู่หลายรอบ จนในที่สุดคุณจะรู้สึกว่ามันกวนใจคุณจนอยากจะตื่นขึ้นมาเลยก็เป็นได้
  • การดื่มน้ำ ลองนำขวดน้ำหรือแก้วน้ำมาวางไว้ข้างๆคุณก่อนนอนดูนะ ตื่นเช้ามาลองดื่มน้ำให้หมด จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกชดชื่นเพิ่มมากขึ้น และจะช่วยทำให้อาการง่วงหลังจากการตื่นนอนครั้งแรกของวันใหม่นั้นหายไปได้
  • สร้างโปรแกรมการออกกำลังกายบนที่นอน พูดถึงการออกกำลังกายหลายๆคนคงจะไม่ชอบ ยิ่งการออกกำลังกายในช่วงเวลาเช้าๆนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ซึ่งอันที่จริงแล้วเรานั้นไม่จำเป็นต้องลุกไปออกกำลังกายที่ไหนเลย แค่บนที่นอนก็สามารถทำได้เช่นกัน พยายามยกขาขึ้นสลับไปมา ยกแขนขึ้นไปมา การทำสิ่งเหล่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อของคุณนั้นรู้สึกตื่นตัว จากการเพลียหรือเหนื่อยล้าจากการนอนมาเป็นเวลานาน
  • หาคนช่วยปลุก ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่รู้ตัวเองว่าเป็นคนที่ตื่นยาก ยิ่งต้องตื่นขึ้นมาเองนั้นเป็นเรื่องยาก คุณอาจจะต้องหาใครสักคนที่มาช่วยปลุกคุณให้ตื่นได้โดยไม่ต้องกลับไปนอนต่อ และถ้ายิ่งเป็นคนที่มีอำนาจหรืออิทธิพลต่อคุณมากๆนั้นอาจจะยิ่งเป็นตัวช่วยที่ดีเลยก็ว่าได้
  • เตือนตัวเองหลังตื่นนอนเสมอ คุณต้องคิดอยู่เสมอว่ากิจรรมต่อไปที่ควรทำนั้นคืออะไร ถ้าคุณต้องไปทำงาน ก็ต้องตื่นไปทำงาน ถ้าคุณต้องไปเรียน ก็ต้องตื่นเพื่อไปเรียน ถึงแม้ว่าเป็นวันหยุด ก็ใช่ว่าจะต้องนอนทั้งวัน อย่างน้อยก็จะต้องลุกขึ้นมาทำกิจกรรมในวันหยุด ที่ไม่ใช่แค่การนอนอย่างเดียว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

GSP คืออะไร?

GSP คืออะไร?

จากที่มีข่าวประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศตัดสิทธิ GSP สินค้าของไทยจำนวน 573 ราย

ทำให้ผู้คนออกมาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันเป็นจำนวนมากบนโซเชียลไม่ว่าจะเป็นบนเฟซบุ๊กหรือแม้กระทั่งในทวิตเตอร์ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่สงสัยว่า GSP คืออะไร?? GSP หรือย่อมาจาก (General of Systemof Preferences) คือ “

สิทธิพิเศษที่ทางภาษีศุลกากรที่ประเทศพัฒนาแล้วมีให้กับประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา โดยลดภาษีสินค้านำเข้าให้” คือไม่ต้องเสียภาษีสินค้านำเข้าบางรายการเพื่อให้สินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาสามารถส่งออกไปแข่งขันกันกับสินค้าจากประเทศที่พัฒนาแล้วได้

นอกจากนี้การให้สิทธิ GSP คือเป็นการให้แบบฝ่ายเดียว ประเทศที่ให้สิทธิ GSP ไม่ได้เรียกร้องผลประโยชน์อะไรเลยจากปรเทศผู้รับ แต่สิทธิการให้ GSP นั้นต้องมีเงื่อนไขตามเกณฑ์ที่ประเทศผู้ให้วางกำหนดไว้ คือ

ประเทศที่สามารถรับสิทธิ GSP จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้นั้นต้องมีรายได้ของประชากนต่อคนประมาณไม่เกิน 3.7 แสนบาท

โดยเฉลี่ยล่าสุดในปี 2018 รายได้ของประชากรในไทยอยู่ที่ประมาณ 1.8 แสนบาท และนอกจากนีประเทศสหรัฐยังมีเงื่อนไขอีกว่าต้องมีการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา สามารถคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานสากลที่ให้นานาชาติรองรับได้
และต้องให้ความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกาในการต่อต้านก่อการร้ายอีกด้วย

พูดถึงการโดนตัดสิทธิ GSP นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยโดน เพราะปี 2558

ประเทศไทยก็เคยโดนตัดสิทธิมาแล้วจากสหภาพยุโรป แคนนาดา ตุรกี และเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา

ประเทศไทยก็โดนตัดสิทธิ GSP จากประเทศญี่ปุ่นด้วย จากผลกระทบที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการตัดสิทธิ GSPจะทำให้สินค้าของประเทศไทยที่ได้ทำการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอมเริกา

 

จะต้องเสียภาษีนำเข้าซึ่งจากเดิมไม่ต้องเสียภาษี โดยจะเสียภาษีเฉลี่ยที่ประมาณร้อยละ 4-5 ซึ่งภาระของภาษีแต่ละปี เมื่อลองคำนวณดูแล้วอยู่ที่ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท ส่งผลกระทบสินค้าของไทยทั้งหมด 573 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทของกิน ของใช้ ผักและผลไม้น้ำผัก น้ำผลไม้ อาหารทะเล น้ำตาล น้ำเชื่อม ซอสถั่วเหลือง ไปจนอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง
พวกไม้อัด ไม้แปรรูป จานชาม เครื่องประดับ เหล็ก สแตนเลส และอื่นๆ

โดยรวมแล้วนับเป็นมูลค่าเงินอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท การโดนตัดสิทธิ GPS จากประเทศสหรัฐอมเริกาในครั้งนี้ จะมีผลจริงจังอีกภายใน 6 เดือนข้างหน้า

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก สื่อต่างๆและห้องสมุดที่ให้ความรู้ในเรื่องนี้

Continue Reading