“ เปิดปม คดียิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี “

    ต่อมาปี พ.ศ.2550 นายบุญช่วย เจริญสถาพร 

ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒภิกขุ ได้ไปแจ้งสวมรวยว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว และได้ทำการฟ้องร้องกับทางทายาทของนายสมพล ว่าตนได้ซื้อที่ดินมาแล้ว แต่ทางนั้นไม่ยอมโอนชื่อที่ดินให้ตนเอง

  โดยในการฟ้องร้องตอนนั้น นายเรวัติ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนายสมพล ได้ป่สยมีปัญหาสุขภาพ เลยไม่ได้มีการต่อสู้คดี และได้มีการทำหนังสือเซ็นสัญญายินยอม ที่บอกว่า สามารถให้นายบุญช่วยสามารถเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวได้ 

      และในต่อมาตัวนายบุญช่วยเองก็ได้เดินทางไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทางกรมที่ดินเพื่อที่จะขอโอนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน แต่ทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไม่สามารถทำให้ได้ เพราะเนื่องจากนายเรวัติ ที่เป็นลูกชายคนโตของนายสมพล(ที่เป็นเจ้าของที่ดั้งเดิม)ไม่ใช้ผู้จัดการมรดก และการโอนที่ดินนั้น ต้องได้รับการยินยอมจากทายาททั้งหมดของนายสมพล ซึ่งมีจำนวน 6 คน

      ปี พ.ศ.2554 ได้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับเอกสารที่นายบุญช่วยเคยไปยื่นต่อศาล

ว่าเป็นการแถลงเท็จต่อศาล โดยมีการอ้างว่า นายสมพลมีทายาททั้งหมด 3 คน แต่ที่จริงแล้ว นายสมพลมีทายาท 6 คน โดยทายาททั้ง 6 คนนั้น มาจากภรรยาทั้ง 2 คน ของนายสมพล เมื่อเป็นเช่นนั้น นายบุญช่วยจึงขอถอนสัญญาต่อศาล 

นงสาวเขมจิรา ที่เป็นหลานของนายสมพลได้ทำการฟ้องร้องและสู้คดีมาแทนมารดาของตนและได้เอาสามีคือ พลตำรวจตรีธารรินทร์ มาช่วยในเรื่องของการฟ้องร้อง 

      โดยในรูปคดีที่เกิดขึ้น ได้มีการต่อสู้คดีกันมานานจนถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาแล้ว

และทางศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ที่ดินดังกล่าวได้ตกเป็นของนายบุญช่วย โดยที่ให้เหตุผลที่ว่า เนื่องจากผู้ฟ้องร้องไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิ์ในการยื่นฟ้องร้องด้วย และต่อมานายบุญช่วย ก็ได้ฟ้องกลับ นางสาวเขมจิรา และ พลตำรวจตรีธารินทร์ ในฐานะจำเลย ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ฐานฟ้องเท็จอีกด้วย โดยทางศาลจังหวัดจันทบุรี ได้ทำการนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2562 แต่ดันมาเกิดเหตุการณ์ที่สลดเสียก่อน

Continue Reading

 ตีกันในโรงพยาบาลแค่หัวร้อนหรือเป็นคนไร้ความคิด   

 เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันจะมีให้เราได้เห็นและได้อ่านตาม หนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่จากเว็บไซด์ก็มีหรือที่ไม่พาดหัวข่าวก็มี

โดยการยกพวกตีกันจะเกิดจากความใจร้อนของคนไม่กี่คน แล้วสร้างปัญหาให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันขึ้นหลังจากนั้นเพื่อนผู้แสนดีของแต่ละฝั่งก็จะมาเข้าข้างเพื่อนของตัวเองโดยไม่ลืมหูลืมตา ไม่ถามก่อนด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์นี้มีสาเหตุมาจากอะไร

ด้วยสายเลือดความรักเพื่อนอย่างรุนแรง เพื่อนเรามีเรื่องเราต้องชวย และด้วยความคิดแบบนี้จึงมักมีเหตุการณ์บานปลาย เกิดเหตุการณ์ยกพักพวกมาถล่มกันมีให้เห็นบ่อยๆ ก่อนหน้านี้ จะเห็นตีกันตามสถานที่ต่างๆและตามถนนหนทาง แต่ ณ ปัจจุบันนี้ลามปามเข้ามาถึงในสถานพยาบาลกันเลยทีเดียว 

     จากที่ web ของ sanook พาดหัวข่าวเมื่อวันที่ 10/11/2562

โดยระบุว่า ได้มีการยกพวกตีกันหน้าผับ แล้วมีการตามมาทำร้ายคนเจ็บต่อที่โรงพยาบาล ภายในห้องฉุกเฉิน โดยไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย ข่าวในลักษณะแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว 2-3 ครั้งโดยเมือมีการจับกุมคนก่อเหตุจะเห็นว่า อายุของแต่ละคน น่าจะใช้คำว่า วัยรุ่นไม่ได้แล้ว

เพราะเกือบจะทุกคนอายุเกิน 25 ปีขึ้นไป อันที่จริงคนที่มาก่อนเหตุควรจะมีจิตสำนึกให้มากกว่านี้ ว่าสถานที่ที่คุณจะตามไปทำร้ายคนเจ็บนั้น เป็นที่ไหน

ถ้าคุณไปก่อเหตุวิวาทแล้วจะมีใครได้ที่จะได้รับผลกระทบจากการกระทำของพวกคุณ  จากการติดตามข่าวจะเห็นได้ว่า ทั้งพยาบาล ทั้งหมอ และคนไข้คนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับที่ตีกันเลย ต้องมาได้รับผลกระทบไปด้วย ผู้ป่วยคนอื่นที่เขามีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนจาก หมอและพยาบาล อาจต้องมาเสียชีวิต เพราะความไม่มีความคิดของคนเพียงไม่กี่คน 

เมื่อมีข่าวแบบนี้ออกมาที ผู้คนก็จะพากันมาเขียนวิจารณ์ ประจานการกระทำของกลุ่มคนพวกนี้

แล้วก็จะมีการเข้ามาขอโทษสังคม ด้วยเหตุผลรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อไหร่ที่เหตุการณ์แบบนี้จะหมดไปสักที ถึงเวลาหรือยังที่ประเทศของเราควรจะมีกฎ
หมายที่เข้มงวดมากกว่านี้ การที่มีเหตุการณ์ตีกันในโรงพยาบาลบ่อยๆแบบนี้ หมอและพยาบาลจะทำอย่างไร 

     อยากให้สังคมไทยน่าอยู่คน ทุกคนต้องช่วยกัน เราไม่สามารถบังคับคนอื่นได้ แต่เราสามารถบังคับตัวเองได้  การที่เป็นคนอารมณ์ร้อนไม่เคยสร้างผลดีเลยสักครั้ง จะเห็นว่าทุกครั้งที่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ จะมีเหตุการณ์บานปลาย และผู้ที่อารมณ์ร้อนเองก็เป็นผู้ที่ต้องมาเสียใจภายหลังทุกครั้ง อย่างเหตุการณ์ในครั้งนี้

มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์อย่างผลกระทบที่จะเกิดจากผู้ที่กระทำเองคือ คุณกำลังทำให้พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เสียใจและอับอายต่อการกระทำของคุณ และคุณกำลังทำให้ชีวิตของตัวเองเสี่ยงต่อการตกงาน

เพราะคงไม่มีบริษัทที่ไหน ที่อยากรับคนหัวรุนแรงมาทำงานด้วยหรอก 

Continue Reading

ทำไมคนไทยชอบเที่ยวทะเลหัวหิน

 

ทะเลในประเทศไทยมีมากมายหลายที่ เพราะภูมิประเทศเรามีอาณาเขตติดกับทะเลอยู่หลายจังหวัดโดยเฉพาะช่วงตั้งแต่ภาคใต้ลงไปจะติดทะเลเกือบทุกจังหวัดหัวหินเองก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนไทยชอบไป

โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียง 2-3 ชั่วโมงก็ถึงแล้วและยิ่งในปัจจุบันมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัดให้เที่ยวอีกเรียกได้ว่าไปทีเดียวเที่ยวคุ้มกันเลยหัวหิน เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เป็นทะเลที่คนกรุงเทพฯชอบมาเที่ยว เพราะเดินทางไม่ไกลอย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น และมีบรรยากาศที่ดีถึงแม้ว่าตัวทะเลเองอาจจะไม่ใสมากนักถ้าเทียบกับทะเลภาคใต้ลงไปแต่ก็แลกมากับบรรยากาศนั่งชิลล์ๆ พักผ่อนที่สบายๆ อาหารทะเลอร่อยๆมีที่พักหลายรูปแบบให้เลือกตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีที่ท่องเที่ยวอื่นๆรอบๆอีกด้วยอาทิ เช่น

 

  1. อุทยานราชภักดิ์

อุทยานแห่งนี้อยู่ในบริเวณกองทัพบก ที่หัวหิน เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ยักษ์ตั้งสูงตระหง่าน ซึ่งเป็นรูปปั้นของสมเด็จพระหมากษัตริย์ของไทย 7 พระองค์ที่มีเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่เราจะลืมได้ ซึ่งชื่อว่า "อุทยานราชภักดิ์" แปลว่าอุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เป็นชื่อที่ได้รับการประทานมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยกษัตริย์ไทยทั้ง 7 พระองค์ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงสมเด็จพระนเรศวร สมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเจ้าตากสิน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

  1. ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

ใครไปหัวหิน เป็นต้องมาลองตลาดโต้รุ่งหัวหินกันทุกคนไป เพราะเป็นถนนคนเดินที่มีอาหารของกินมากมาย และของฝากของที่ระลึก หลากหลายรูปแบบให้เราเลือกซื้อตามที่ชอบ ตลาดเปิดทุกวัน หกโมงเย็น ถึง เที่ยงคืนซึ่งที่คนนิยมกันมากเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากเลยก็คือ โรตีอินเตอร์ ที่พลาดไม่ได้

  1. สถานีรถไฟหัวหิน

สายชิคๆ ถ่ายรูปเป็นต้องมาที่นี่ เพราะมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์คือ มีพลับพลาจัตุรมุข ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6ข้างๆสถานีรถไฟ โดยการรถไฟฯ ได้รื้อจากที่เดิมมาตั้งไว้แห่งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 6 นั่นเอง

 

ขอขอบคุณที่มาของ เว็บท่องเที่ยว ที่ให้เราได้นำบทความมานำเสนอ

Continue Reading

GSP คืออะไร?

GSP คืออะไร?

จากที่มีข่าวประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศตัดสิทธิ GSP สินค้าของไทยจำนวน 573 ราย

ทำให้ผู้คนออกมาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันเป็นจำนวนมากบนโซเชียลไม่ว่าจะเป็นบนเฟซบุ๊กหรือแม้กระทั่งในทวิตเตอร์ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่สงสัยว่า GSP คืออะไร?? GSP หรือย่อมาจาก (General of Systemof Preferences) คือ “

สิทธิพิเศษที่ทางภาษีศุลกากรที่ประเทศพัฒนาแล้วมีให้กับประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา โดยลดภาษีสินค้านำเข้าให้” คือไม่ต้องเสียภาษีสินค้านำเข้าบางรายการเพื่อให้สินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาสามารถส่งออกไปแข่งขันกันกับสินค้าจากประเทศที่พัฒนาแล้วได้

นอกจากนี้การให้สิทธิ GSP คือเป็นการให้แบบฝ่ายเดียว ประเทศที่ให้สิทธิ GSP ไม่ได้เรียกร้องผลประโยชน์อะไรเลยจากปรเทศผู้รับ แต่สิทธิการให้ GSP นั้นต้องมีเงื่อนไขตามเกณฑ์ที่ประเทศผู้ให้วางกำหนดไว้ คือ

ประเทศที่สามารถรับสิทธิ GSP จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้นั้นต้องมีรายได้ของประชากนต่อคนประมาณไม่เกิน 3.7 แสนบาท

โดยเฉลี่ยล่าสุดในปี 2018 รายได้ของประชากรในไทยอยู่ที่ประมาณ 1.8 แสนบาท และนอกจากนีประเทศสหรัฐยังมีเงื่อนไขอีกว่าต้องมีการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา สามารถคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานสากลที่ให้นานาชาติรองรับได้
และต้องให้ความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกาในการต่อต้านก่อการร้ายอีกด้วย

พูดถึงการโดนตัดสิทธิ GSP นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยโดน เพราะปี 2558

ประเทศไทยก็เคยโดนตัดสิทธิมาแล้วจากสหภาพยุโรป แคนนาดา ตุรกี และเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา

ประเทศไทยก็โดนตัดสิทธิ GSP จากประเทศญี่ปุ่นด้วย จากผลกระทบที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการตัดสิทธิ GSPจะทำให้สินค้าของประเทศไทยที่ได้ทำการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอมเริกา

 

จะต้องเสียภาษีนำเข้าซึ่งจากเดิมไม่ต้องเสียภาษี โดยจะเสียภาษีเฉลี่ยที่ประมาณร้อยละ 4-5 ซึ่งภาระของภาษีแต่ละปี เมื่อลองคำนวณดูแล้วอยู่ที่ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท ส่งผลกระทบสินค้าของไทยทั้งหมด 573 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทของกิน ของใช้ ผักและผลไม้น้ำผัก น้ำผลไม้ อาหารทะเล น้ำตาล น้ำเชื่อม ซอสถั่วเหลือง ไปจนอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง
พวกไม้อัด ไม้แปรรูป จานชาม เครื่องประดับ เหล็ก สแตนเลส และอื่นๆ

โดยรวมแล้วนับเป็นมูลค่าเงินอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท การโดนตัดสิทธิ GPS จากประเทศสหรัฐอมเริกาในครั้งนี้ จะมีผลจริงจังอีกภายใน 6 เดือนข้างหน้า

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก สื่อต่างๆและห้องสมุดที่ให้ความรู้ในเรื่องนี้

Continue Reading