ฝรั่งเศสสู้กับโควิด-19 ด้วยการปิดประเทศ ประกาศห้ามคนออกจากบ้าน

        จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ทั่วโลกประเทศใดมีมาตรการป้องกันประเทศของตนเองออกมาอย่างชัดเจน  และหนึ่งในนั้นคือประเทศฝรั่งเศส ที่ทางประธานาธิบดีได้ออกมาประกาศสภาวะฉุกเฉิน ขอให้ประชาชนร่วมมือกันต่อสู้กับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ครั้งนี้ด้วยการปิดเมือง และให้ประชาชนงดออกจากบ้านเป็นระยะเวลา 15 วัน

ซึ่งในระหว่าง 15 วันนี้จะไม่มีการเรียกเก็บค่าไฟของประชาชน รวมถึงร้านค้าต่างต่างจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่่เช่าร้านโดยเด็ดขาด  ตามรายงานข่าวได้บอกเอาไว้ว่าประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศสได้ออกมาแถลงการณ์ให้กับประชาชนของตนเองทราบว่าประเทศฝรั่งเศสจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยการปิดประเทศได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้เดินทางออกนอกบ้านยกเว้นกรณีฉุกเฉินเช่นอาจจะไปซื้ออาหารหรือออกไปทำงานหรืออาจจะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหากมีอาการเจ็บป่วยแต่ถ้าหากไม่ใช่กรณีทั้ง 3 อย่างนี้แล้วพบพบว่าประชากรเดินทางออกนอกบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันทีพร้อมถูกเรียกเก็บค่าปรับเลย

ตอนนี้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่กว่าหนึ่งแสนคนจะให้คอยสอดส่องดูแลว่าใครมีการฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่ ดูเหตุการณ์การป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสของประเทศฝรั่งเศสในครั้งนี้ประธานาธิบดีของประเทศฝรั่งเศสได้ออกมาประกาศว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 10.6 ล้านล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ให้ได้

และงบประมาณที่จะออกมาช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้จะถูกนำมาใช้สำหรับโอกาสประชาชนที่ไม่มีรายได้รวมถึงว่าช่วยเหลือเรื่องของค่าใช้จ่ายเช่นค่าน้ำค่าไฟค่าเช่าต่างๆเป็นต้น

      ก่อนหน้านี้ประเทศฝรั่งเศสได้ออกมาประกาศปิดร้านอาหารรวมถึงสถานบันเทิงต่างๆเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันตามสถานบันเทิงโดยหวังว่าการปิดสถานบันเทิงจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อโรคอะไรได้บ้างแต่เมื่อผลสำรวจออกมากับพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้ลงไปเลยดังนั้นจะมีการปรึกษาหารือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ประธานาธิบดีถึงมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าว่าจะมีการปิดประเทศไปเลยให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและทำความสะอาดประเทศฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามพื้นที่ต่างๆแนะนำคนที่ป่วยออกมารักษาหลังจากนั้นค่อยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่งซึ่งเราต้องมาดูกันว่าหลังจากนี้แล้ว 15 วันผ่านไปประเทศฝรั่งเศสจะสามารถก้าวผ่านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ได้หรือไม่  ซึ่งถ้าหากวิธีการปิดประเทศแบบนี้สามารถทำได้จริงๆประเทศไทยก็ควรจะเอาลงแบบอย่าง  เพื่อที่่ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19ได้หมดไปจากประเทศไทยสักที

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

เยลลี่กัญชา

     “ ป.ป.ส. หรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดยันนำเข้าเยลลี่กัญชาผิดกฎหมาย คุก 5 ปี ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ออกมาแถลงว่ากัญชาตามกฎหมายของประเทศไทยยังถือว่าเป็นยาเสพติด จึงอยากแนะผู้ที่ป่วย หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กัญชาในการรักษาโรคที่ตนเองป่วยนั้น ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อให้ทางแพทย์วินิจฉัยและเป็นคนจ่ายสั่งยาให้

       การที่ได้นำกัญชาเข้ามาไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ต้องมีโทษจำคุก 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนบาท สาเหตุจากกรณีที่ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปกันอย่างกว้างขวางในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังมี นักศึกษาสาวผู้หญิงที่เป็นนักศึกษาฝึกงานกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเตือนภัยลงบนโซเชียลที่ได้อ้างว่าตนเองนั้นได้ถูกดาราหนุ่ม อักษรย่อ ฟ. ได้ถูกหลอกล่อให้ทานเยลลี่ที่ในเยลลี่นั้น

มีส่วนผสมประกอบเป็นกัญชา จนทำให้ตนเองนั้นมีอาการหัวใจเต้นแรงมากๆเหมือนจะหลุดออกมาจากหน้าอก มีอาการโลกหมุนวิงเวียนศีรษะ เบลอ และตนเองได้เชื่อว่าอาการลักษณะแบบนี้ต้องถูกมอมยาแน่ๆ ตนจึงได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากทางบ้าน และนักศึกษาสาวผู้หญิงก็เอาตัวเองรอดมาจนได้เพราะตนยังคงพอมีสติ ตนเองเลยมาโพสต์เตือนภัยลงบนโซเชียลจึงทำให้เป็นข่าวดังที่ผ่านมา และทางตำรวจก็ได้เรียกตัวดารานักแสดงชายคนดังกล่าวมาเพื่อที่จะสอบสวนและหาความจริง ดารานักแสดงชายได้กล่าวว่าตนเองนั้นได้ 

ไปกินข้าวที่ร้านนี้ซึ่งเป็นร้านที่เกิดเหตุเป็นประจำมาบ่อย ซึ่งในวันที่เกิดเหตุนั้นดารานักแสดงชายได้ไปเจอกับรุ่นน้องที่รู้จัก และรุ่นน้องก็ได้มากับน้องนักศึกษาผู้หญิง เป็นการที่เจอกันโดยบังเอิญที่ร้านอาหาร แล้วรุ่นน้องก็ได้มีการมาขอนั่งด้วย ดารานักแสดงชายก็ไม่ได้อะไรให้นั่งด้วยเพราะรู้จักกัน หลังจากนั้นก็เริ่มสั่งอาหารมากินกันตามปกติ ก่อนที่น้องนักศึกษาผู้หญิงได้บอกมีอาการหนาว และได้บอกให้ทางร้านปิดแอร์ ซึ่งทางร้านก็ให้ร้านปิดให้

 

สนับสนุนโดย  ufabet

Continue Reading

อนันดา เอเวอริ่งแฮม หนุ่มพันธุ์ดื้อ

สองปีที่ผ่านมาซึ่งผมหายหัวไป ช่วงอายุ 16 – 17 ปี ผมไม่ทำงานเลย ไปแบ็คแพ็คแล้วก็ กลับมานอนอยู่บ้าน แล้วก็ไปใหม่ ไปอยู่ในประเทศที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วผมก็ไม่รู้จักใคร เพื่อไปปรับ มุมมองชีวิตให้มันกลับมาเหมือนเดิม 

เพราะบางทีการไปเจอสังคมที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยสัมผัสมาก่อน จะทำให้เราปรับสมดุลชีวิตได้ ง่ายขึ้น เข้าใจอะไรมากขึ้น กลับมาถึงก็สามารถเห็นอะไรได้กว้างขึ้น การเดินช่วยได้หลายอย่าง เพราะ ทำให้ได้เห็นในสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันมี ได้รู้ว่าโลกมีคนแบบอื่น ไม่ใช่ประเทศไทยเป็นทั้งโลก แต่มันมีมาก กว่านั้น มุมมองของเรามันก็จะกว้างขึ้น มันให้ความชื่นชมกับชีวิตอีกรอบ 

ผมชอบเดินทางคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ นาน ๆ ที่ถึงจะมีเพื่อนไปด้วย ผมเคยไปเนปาล นอน อ่านหนังสือเฉย ๆ 10 วัน ซื้อเหล้ามาขวดนึง อยู่บนดาดฟ้า แล้วก็อ่าน ลอร์ดออฟเดอะริง ( Lord of the Ring ) ครบทั้ง 3 ภาคจบภายใน 3 – 4 วัน ผมเป็นคนติดหนังสือ เล่มที่ชอบมากที่สุดก็มี โลลิตา ( Lolita ) ซึ่งมิสเตอร์นาโบคอฟ ( Vladimir | Nabokov ) เขียนได้สุดยอด ผมถือว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับความรักที่สุดยอด

ถึงแม้มันจะเป็นอะไรที่ผิด ศีลธรรม แต่คนเขียนทำให้มันดูเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างมาก ขนาดตอนสิ้นปี 2000 นิตยสารไทมส์ พูดถึง 3 อันดับสุดยอดของแต่ละวงการใน 100 ปีที่ ผ่านมา ในหมวดหนังสือ โลลิตาได้อันดับ 2 รองจากยูลิสซิส ( Ulyssiss ) ของเจมส์ จอยส์ ( James Joyce )

ที่ได้อันดับ 1 ส่วนหนังสือของเฮสเส ( Hermann Hesse ) ผมก็ชอบ อย่าง สเต็ปเปน วูล์ฟ ( Steppen Wolf ) อ่านแล้วสมองจะระเบิด คนเขียนคิดได้อย่างไร หรือลิตเติ้ล พรินซ์ ( Little Prince เจ้าชายน้อย ) ผมก็ชอบ เพราะเป็นหนังสือที่น่ารักโคตร ๆ ชีวิตวัยรุ่นผมหมดไปกับ 2 เรื่อง งานและการเดินทาง ผมชอบไปหลายที่ อินเดีย แคชเมียร์

เนปาลไปบ่อย เพราะประเทศสวย ใกล้ด้วย คนมักจะลืมว่าประเทศที่น่าสนใจมันห่างจากบ้านเราแค่ นิดเดียว ข้ามไปชั่วโมง 2 ชั่วโมงก็มีอะไรให้ดูเยอะมาก มันคืออีกวัฒนธรรมที่มีอะไรที่เราไม่เคยเห็น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ5บาท

Continue Reading

สามีนอกใจ มาขอหย่ากับภรรยาเพื่อไปอยู่กับเมียน้อย

          ข่าวนี้เกิดเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมาเพราะว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งที่ชื่ออาย ได้ออกมาโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวของ ตัวเอง ระบุว่าสามีที่คบกันมานาน 12 ปีกำลังมีลุกที่น่ารักได้เข้ามาของเลิกกับเธอโดยให้เหตุผลว่า สามีได้หมดรักในตัวของเธอแล้วและได้พบรักใหม่กับสาวที่ทำงานของตัวเอง ที่มีชื่อว่าจอย  จึงต้องการชอหย่าเพื่อไปอยู่กับจอย และนางสาวจอย ก็ได้มาคุยกับคุณอาย

เพื่อบอกให้คุณอายหย่ากับสามีซะ เพราะยังไงสามีคุณอายก็ต้องมารับผิดชอบชีวิตจอย โดยทางสามียืนยันว่าถึงคุณอายไม่ยอมหย่า สามีคุณอายก็ไม่ยอมเลิกกับคุณจอย สร้างความเสียใจให้กับคุณอายมาก แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะหย่าแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยเมื่อข้อความเธอมีการเผยแพร่ออกไป ก็มีคนแชร์เฟสของเธอกันมากมาย จนกลายมาเป็นข่าวดัง และผู้คนต่างก็พากันเข้าไปโพสต์แสดงความเสียใจและให้กำลังใจให้เธอลุกขึ้นสู้เริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้อีกครั้ง

         สำหรับปัญหาสามีมีเมียน้อยมีกิ๊กที่ทำงาน ไม่ใช่ปัญหาใหม่แต่เป็นปัญหาที่มานานหลายสิบหลายร้อยปีแล้ว ยิ่งในสังคมสมัยปัจจุบันผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกที่จะแย่งสามีของคนอื่นโดยที่ไม่ได้สนใจว่าเป็นการแย่งของ ของเขามา เขามีเมีย มีลูกอยู่แล้ว และเดี๋ยวนี้ผู้คนแทบจะไม่ใส่ใจกันแล้วว่า การกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี

หากคนอื่นรู้ทั้งตัวเอง พ่อแม่และญาติพี่น้องจะอับอายไปด้วย เพราะบางครั้งเมื่อสอบความกันจริงพ่อแม่บ้างคนก็สนับสนุนให้ลูกของตัวเองแย่งสามีคนอื่นเพียงเพราะผู้ชาย มีเงิน เดี๋ยวนี้ใครมีเงินจะมีเมียน้อยแค่ไหนก็ได้ สาวๆพวกนั้นยอมที่จะเป็นน้อย เป็นกิ๊ก ขอแค่เพียงมีเงินมาให้ใช้จ่าย

         สังคมไทยกำลังเจอกับสภาวะการเสื่อมโทรมของศีลธรรม ผู้คนสนใจการทำความดีกันน้อยลง เพียงแค่อยากได้ อยากมีก็สามารถที่จะแย่งสามีของคนอื่นมาเป็นของตน แล้วปล่อยให้เมียกับลูกน้อยของเขาต้องเสียใจ หลายคนรู้ว่าเขามีเมียแล้วแต่ก็ยังพยายามเข้าหาผู้ชาย เพียงเพื่อหวังในเงินทอง และหน้าที่การงานที่ดี บางคนมีกิ๊กเพราะเหงา เพราะสามีและภรรยาอยู่ห่างไกลกัน

อันที่จริงถ้าหมดรักกันแล้ว ก็ควรบอกเลิกกับภรรยาก่อนแล้วค่อยไปมีคนใหม่จะยังดูดีมากกว่า อย่างน้อยคุณก็จะไม่ได้พากันผิดศีลด้านกาเม

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

Continue Reading

อารมณ์ร้อนอย่ามาเป็นครู

          ได้อ่านข่าวจาก www.kapook.com รายงานข่าวครูหัวร้อน เป็นข่าวดังประจำวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562  ซี่งตามข่าวระบุว่า มีการแชร์คลิปวิดีโอคุณครูทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน จำนวน 2 คนด้วยการถีบเด็กทั้งสองคนจนตกเก้าอี้ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่  โรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย อยู่อำเภอสวรรคโลก แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อโรงเรียน 

โดยมีการระบุด้วยว่าคลิปเหตุการณ์คุณครูทำร้ายเด็กนักเรียน 2 คน ที่กำลังมีการแชร์กันอยู่นั้น ความจริงแล้วคุณครูเป็นคนให้ถ่ายคลิปไว้เองอีกด้วย แต่ที่คลิปหลุดออกมายังโลกออนไลน์ก็เพราะว่า คุณครูมีการส่งคลิปนี้เข้าไปในกรุ๊ปไลน์ที่เด็กนักเรียนที่เสียหายอยู่ และยังมีการสั่งห้ามเด็กทั้งสองคนไม่ให้นำคลิปนี้ไห้ใครดูและอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเป็นอันขาด

โดยเมื่อมีการดูเหตุการณ์ในคลิปและมีการตรวจสอบแล้วพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2562 แล้ว และปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากคุณครูโกรธที่นักเรียนไม่ยอมไปเข้าเรียนในวิชาของคุณครู ซึ่งมีเด็กเป็นจำนวนมากที่ไม่ยอมไปเข้าเรียนวิชาของครูคนนี้ แต่คุณครูลงโทษเฉพาะเด็ก 2 คนนี้เท่านั้น ซึ่งทางครูยังไม่ได้ออกมาชี้แจง

อันที่จริงคนที่จะมาเป็นครูได้ สิ่งแรกคือ คุณต้องถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า คุณเป็นคนรักเด็กไหม คุณขี้รำคาญ ขี้หงุดหงิดหรือเปล่า คุณสามารถรับฟังและให้คำปรึกษาเด็กได้ไหม เด็กเสียงดัง เกเร คุณควบคุมดูแลได้หรือเปล่า นี่คือพื้นฐานมากๆ ที่คุณควรจะตรวจสอบตัวเองก่อนจะมาเป็นครู ไม่ใช่เพราะไม่รู้จะเป็นอะไรก็เลยมาเป็นครู  หรือเพราะพ่อแม่อยากให้เป็นครูเลยมาสมัครเป็นครู  หรือไม่ก็เพราะต้องการรับราชการจึงมาเป็นครู  เพราะถ้าคุณมีความคิดแค่เพียงเท่านั้นคุณจะไม่สามารถเป็นครุได้ดีเลย เป็นแค่เพียงคนที่มาทำหน้าที่รับจ้างสอนเท่านั้นเอง

ข่าวปัญหาเรื่องครูทำร้ายนักเรียน  หรือลงโทษนักเรียนรุนแรงเกินไปมีมากมายบ่อยครั้งและทุกครั้งปัญหาก็มักจะจบลงด้วยให้คุณครูออกมาขอโทษ และโรงเรียนก็จะทำเรื่องย้ายคุณครูที่ทำผิดไปโรงเรียนอื่น ซึ่งมันไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะครูท่านนั้นก็ยังได้สอนนักเรียนเหมือนเดิมเพียงแต่ ย้ายไปสอนที่ใหม่ ใครจะรับประกันได้ว่าเมื่อครุไปอยู่โรงเรียนใหม่แล้วจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ จะไม่กระทำกับลูกศิษย์แบบเดิมที่เคยทำมาเอง หากมีอารมณ์ไม่พอใจเกิดขึ้น

กระทรวงการศึกษาธิการ ควรมีการจริงจังในการแก้ปัญหานี้ได้แล้ว เข้าใจว่าครูนั้นหายาก แต่ถ้ามีครุที่มีพฤติกรรมแบบนี้ก็ไม่ดีต่อสุขภาพจิตของเด็กเหมือนกัน เราเองในฐานะผู้ปกครอง จะวางใจให้ลูกไปโรงเรียนได้อย่างไร ถ้ายังมีครูแบบนี้ในสังคม

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่บาคาร่า

Continue Reading

ข่าวของรถไม่ได้รถ ถูกเซลล์หลอกให้โอนเงิน

    

           มีผู้ใช้เฟสบุ๊ก รายหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราวว่าตอนเองต้องการซื้อรถกับศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งแถวลาดพร้าว ซึ่งทางเซลล์ได้แจ้งให้โอนเงินดาวน์เข้าบัญชีของเซลล์ โดยลูกค้าได้มีการไปพูดคุยติดต่อเรื่องซื้อรถกับเซลล์คนนี้ที่ศูนย์เป็นประจำอยู่แล้ว ทุกคนในศูนย์ก็รู้จักตน

ทำให้เกิดความไว้ใจโอนเงินเข้าบัญชีในชื่อของเซลล์ให้เซลล์จัดการเรื่องรถให้ จนมาถึงตอนนี้ติดต่อไปที่ศูนย์รถยนต์สาขาลาดพร้าว ที่มีปัญหากัน แต่ทางศูนย์ไม่รับผิดชอบ บอกแต่ว่าจะตามเซลล์คนนั้นให้แต่ไม่พูดถึงเรื่องการคืนเงิน ทำให้ลุกค้าเกิดความไม่สบายใจเกรงว่าจะไม่ได้เงินคืน

          จากข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไว้วางใจที่ผู้ซื้อมีต่อเซลล์ ที่มีการพูดคุยติดต่อกันมานาน ซึ่งในสังคมปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถที่ไว้วางใจใครได้เลย แม้แต่ญาติมิตรของเราเอง ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง หากต้องซื้อสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ หากเราต้องเงินเป็นจำนวนเงินก้อนโตนั้น เราควรไปทำเอกสารและจ่ายเงินในสถานที่ที่เราซื้อสินค้านั้น ๆ มีหลักฐานเอกสารต่างๆไว้กับเรา อยากโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของใครแม้ว่าเราจะรู้จักกับคนๆนั้นก็ตาม เพราะหากไม่มีหลักฐานว่าเราโอนเงินไปทำไมแล้วจะกลายเป็นว่า เรายินยอมโอนเงินให้คนนั้นด้วยการเสน่หา แล้วจะเรียกร้องเอาเงินคืนกลับมาไม่ได้ หรือถ้าอยากได้เงินจริงๆ อาจะใช้เวลานาน เพราะต้องส่งฟ้องศาลให้ยุ่งยากเข้าไปอีก อาจจะต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาเพิ่ม

          ในส่วนของพนักงานเซลล์ที่ขายรถยนต์ เมื่อมีการหลอกลวงลูกค้าแบบนี้ต่อไปก็จะไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้อีกจะไม่มีใครเชื่อใจคุณ รวมถึงเพื่อนฝูงญาติพี่น้องของคุณเองก็ตาม หากเขารู้เรื่องที่คุณมีการหลอกเอาเงินลูกค้าไป การเป็นคนดีนั้นทำยากแต่คนเราเมื่อเกิดมาเป็นคนแล้ว ควรทำตัวเป็นคนดีไม่คดโกงเงินใคร ที่สำคัญทางบริษัทศูนย์ตัวแทนรถยนต์ควรมีความรับผิดชอบให้มากกว่านี้

ควรช่วยเหลือประสานงานให้ลูกค้าสบายใจและวางใจว่าจะสามารถติดตามพนักงานเซลล์คนดังกล่าวนำเงินมาคืนลูกค้าได้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นก็เป็นพนักงานของทางศูนย์เองที่โกงเงินลูกค้า และสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้หากศูนย์บริการรถยนต์ปัดความรับผิดชอบไม่ยอมช่วยเหลือลูกค้า จะมีผลทำให้คนที่รับทราบข่าวสารและคอยติดตามผลการแก้ไขอยู่ออกมาแชร์กันปากต่อปากถึงการปัดความรับผิดชอบของศูนย์บริการ และจะมีผลกระทบกับทางศูนย์ไม่ช้าก็เร็ว เพราะคงจะไม่มีลูกค้าคนไหนอยากมาซื้อที่ศูนย์ที่ไม่มีความรับผิดชอบแน่นอน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ดาวน์โหลด

Continue Reading

การดูแลผิวในสถานการณ์ PM 2.5

PM 2.5 (Particulate Matter) หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมลพิษที่ลอยอยู่ในอากาศ (Airborne Particulate Matter Pollution) มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เมื่อฝุ่นจำพวกนี้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จะทำให้มองเห็นเป็นลักษณะคล้ายกับหมอกจาง ๆ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โดยที่ประเทศไทยเรามีค่ามลภาวะทางอากาศสูงเป็นอับดับต้น ๆของโลก จึงทำให้มีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้เกิดผลเสียเมื่อได้รับ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมเข้าไปในร่างกายเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายโดยตรงต่อร่างกาย เมื่อสูด PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้เข้าไป ด้วยอนุภาคที่มีขนาดเล็กของมัน ขนจมูกจึงไม่สามารถทำหน้าที่กรองได้ ทำให้สามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย โดยผ่านเข้าทางโพรงจมูก เข้าสู่ถุงลม และปอดโดยตรง

สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ และเข้าไปรบกวนกระบวนการทำงานของระบบอวัยวะในร่างกาย ด้วยเหตุนี้จะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ อาทิ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการไอ จามหรือสามารถเกิดโรคภูมิแพ้ได้อย่างฉับพลัน และจะกระตุ้นผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อยู่แล้ว ให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรังได้ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง สามารถมีอาการกำเริบรุนแรงได้มากกว่าปกติ โรคเยื่อบุตาอักเสบหรืออาการตาแดง และยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือมะเร็งปอดได้ เนื่องจาก PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ประกอบไปด้วยสารก่อให้เกิดมะเร็งมากมาย อาทิ เช่น สารปรอท แคดเมียม โลหะหนัก ฯลฯ นอกจากนี้ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถสร้างความเสียหายต่อประสิทธิภาพด้านการคิด และสติปัญญา ในผู้ใหญ่เพิ่มความเสี่ยงให้เป็นโรคความเสื่อมถอยต่าง ๆ ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า

และทำให้เกิดโรคพาร์กินสันได้ถึง 34% เพิ่มความเสี่ยงของโรคเส้นเลือดสมองประมาณ 13% รวมทั้งยังทำให้สมองส่วนเนื้อขาวเกิดการฝ่อหรือเหี่ยวลงมากกว่าคนปกติ ในส่วนของเด็กจะทำให้มีความผิดปกติทางด้านพัฒนาการทางสติปัญญา สติปัญญาด้อยลง การพัฒนาการช้าลง มีปัญหาทางการได้ยิน และการพูด ภาวะสมาธิสั้นในเด็ก และภาวะออทิซึม
สาเหตุที่ทำให้เกิด PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ควัน และฝุ่นจากการเผาไหม้ในที่โล่ง การเผาป่า การเผาขยะ การเผาไหม้เชื้อเพลิง ควันพิษจากการจราจร และการคมนาคม การที่มีจำนวนรถยนต์เพิ่มขึ้น ทำให้ยิ่งเพิมควันจากท่อไอเสียที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิด PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก

รวมไปถึงฝุ่นละอองจากการก่อสร้างต่าง ๆ ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงเป็นจังหวัดที่มีค่ามลภาวะทางอากาศ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเยอะมากกว่าจังหวัดอื่น ๆในประเทศไทย เพราะมีจุดที่มีการก่อสร้างเยอะมากที่สุด และมีการจราจร และการคมนาคมที่ติดขัด เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรผู้ใช้รถใช้ถนนที่เพิ่มมากขึ้น

PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีขนาดเล็กกว่ารูขุมขนถึง 20 เท่า จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย สามารถทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นนอกหรือชั้นหนังกำพร้า และทำลายโปรตีน Fila grin ที่มีหน้าที่ป้องกันผิวหนัง และเมื่อได้รับ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปเป็นระยะเวลานาน จะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระรบกวนการทำงานของเซลล์ผิว ทำให้ผิวเสื่อมเร็วกว่าปกติ และทำลาย Collagen

ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร กระตุ้นให้ผิวผลิตเม็ดสีเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน จะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนก่อให้เกิดสิวรวมถึงผู้ที่มีสภาพผิวแพ้ง่าย จะทำให้เกิดผื่น ผิวหนังอักเสบ มีอาการแดง คัน ระคายเคืองผิว  

 

 

สนับสนุนโดย  ระบบฝากถอนเงิน Gclub

Continue Reading

การเลี้ยงผีปู่ย่า

  การเลี้ยงผีปู่ย่า เป็นการเเสดงความเคารพเเละกตัญญูต่อบรรพบุรุษของคนภาคเหนือ ซึ่งในสมัยก่อนของชาวภาคเหนือเเละชาวล้านนา ต่างก็นับถือผี เเละบางคน ถึงกับต้องเลี้ยงผีไว้ในบ้านเลยเพราะตอนนั้น ศาสนา ยังไม่ค่อยเข้ามาถึงดินเเดนเหล่านี้ คนล้านนา การเลี้ยงผีปู่ย่านั้น ก็ไม่ใช่ผีหรือสัมภเวสีเเบบที่ทุกคนคิดว่ามันจะน่ากลัวหรือเปล่า

จะบอกก่อนว่า มันไม่ได้น่ากลัวเเบบที่เราคิด เพราะความเชื่อ ของคนเหนือ หรือคนล้านนาเเล้ว ผีปู่ย่า ก็คือผีบรรพบุรุษของตระกูลนั้นนั่นเอง เมื่อคนในบ้านตายไปเเล้ว ก็จะสร้างศาลเล็กๆ หรือบางคนที่ไม่สะดวกตั้งศาล ก็ตั้งไว้ในบ้าน เป็นโซนๆไป สำหรับผีปู่ย่าทางความเชื่อของชาวภาคเหนือเเล้ว ก็คือ การเก็บเถ้ากระดูกของคนในตระกูล มาไว้รวมกัน เเละตั้งศาลไห้

เพราะชาวภาคเหนือ มีความเชื่อว่า ผีของครอบครัวของเราที่ตายไปเเล้ว จะมาดูเเล ปกป้อง เเละรักษาทุกคนภายในบ้าน ไม่ไห้มีอันตรายใดๆ เเละรอดปลอดภัย เหมือนอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนเดิม ชาวภาคเหนือมีความเชื่อว่า จะได้ใกล้ชิดเเละไห้ดูเเลลูกหลานของตัวเอง เเต่ไม่ได้ไห้มาดูเเลเหนื่อยๆฟรีๆเเต่อย่างใด 

ในการเเสดงความรักกับคนที่เรารักเเล้วนั้น จะต้องมีการทำบุญ เเละไหว้อาหารไห้กับผีปู่ย่า บางบ้าน ถึงกับจัดฟ้อน เเละเลี้ยงฉลองเลยทีเดียว เป็นการไหว้ผีปู่ย่าที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งในงานมีความสนุกสนาน มีการจัดเลี้ยง เเละสังสรรค์กับคนในครอบครัวของตัวเอง ซึ่งเป็นความอบอุ่นอย่างหนึ่ง เเละสำคัญกับคนในครอบครัวเเละตระกูลเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน ความเชื่อเหล่านี้ อาจจะลดหายไปมากเเล้ว เพราะตั้งเเต่มีเทคโนโลยี เเละคนสมัยใหม่เกิดขึ้นมา ก็ไม่มีใครคอยเชื่อเรื่องพวกนี้เเล้ว ตำนานเเละการนับถือผีบรรพบุรุษต่างๆ ก็ค่อยๆหายสาบสูญไปทีละน้อย ซึ่งในตอนนี้อาจจะไม่เหลือเเล้วก็ได้ เพราะมีศาสนา มาเป็นตัวขัดเกลาจิตใจเเทนการนับถือผีบรรพบุรุษ

เเล้ว ตำนานเเละการนับถือผีบรรพบุรุษต่างๆ ก็ค่อยๆหายสาบสูญไปทีละน้อย ซึ่งเป็นความเชื่อของเขา เเละเขาคงอยู่กันมาอย่างช้านาน เพราะเป็นคนภายในครอบครัว เราก็ยังเห็นอยู่บ้างตามบ้านในปัจจุบันในภาคเหนือ ที่จะจัดงาน ซึ่งเหนือในปัจจุบันของไทย ที่เป็นการเเสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษในตระกูลของตัวเอง เพราะชาวภาคเหนือมีความเชื่อกันว่า จะทำไห้ครอบครัวของตัวเอง ไม่มีปัญหาในการทะเลาะเบาะเเว้งใดๆ อีกทั้ง ยังช่วยคุ้มครองดูเเลลูกๆหลานๆในครอบครัวของตัวเองอีกด้วย เป็นความเชื่อ ที่มีเเต่ความกตัญญูรู้คุณ เเละไม่น่ากลัวเลย

 

ขอขอบคุณ  บาคาร่า sa gaming  ที่ให้การสนับสนุน

Continue Reading

ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกกัน

ต้นไม้มงคลนั้นคนส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในบ้านตามความเชื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่ซื้อบ้านใหม่จะนิยมหาซื้อมาปลูกกันเพื่อเป็นสิริมงคลให้โชคลาภอยู่เย็นเป็นสุข แล้วแต่ล่ะความเชื่อของแต่ละคน ต้นไม้มงคลมีมากมายหลายชนิดหายประเภท เราสามารถหาซื้อมาปลูกกันได้ โดยคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นเล็ก ๆ ไว้ประดับบ้านกัน

สามารถเคลื่อนได้ง่ายและดูแลรักษาความสะอาดบ้านง่ายด้วย ปัจจุบันต้นไม้มงคลถือว่าเป็นต้นไม้ที่สร้างอาชีพให้กับคนขายเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว เพราะคนไทยล้วนให้ความสำคัญกับต้นไม้มงคล หาซื้อมาปลูกตามบ้าน ตามคอนโดกัน เรามาดูกันว่าต้นไม้มงคลอะไรบ้างที่คนนิยมปลูกกันเป็นส่วนใหญ่

1.ต้นวาสนา  เป็นต้นไม้มงคลที่คนให้ความเชื่อว่าถ้านำมาปลูกในบ้าน จะทำให้คนในบ้านเรามีโชควาสนาทำการงานเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลให้กับบ้านที่อยู่อาศัยกัน ยิ่งถ้าบ้านไหนนำมาปลูกแล้วต้นวาสนาเกิดออกดอกขึ้นมาเชื่อกันว่าบ้านนั้นจะได้รับแต่โชคลาภเข้าบ้าน คนในบ้านได้รับความสมหวังทุกอย่าง

2.ต้นนางกวัก คนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อกันว่าถ้าปลูกต้นนางกวักไว้ในบ้านหรือไว้หน้าร้านค้า ต้นนางกวักจะช่วยเรียกเงินทองให้ไหลเข้ามา หรือเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน ส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าจะนิยมนำมาตั้งไว้หน้าร้านค้าของต้นเพื่อเป็นการเรียกลูกค้ากัน 

3.โป๊ยเซียน  เป็นต้นไม้มงคลที่คนเชื่อว่าปลูกแล้วช่วยในเรื่องปัดเป่าความทุกข์เอาสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ออกจากบ้าน ช่วยให้บ้านมีแต่ความสงบสุข ปราสจากความเดือดร้อน ให้บ้านมีแต่โชคลาภเงินทองไม่ขาด ช่วยให้คนในครอบครัวเจอแต่ความสุขพบเจอแต่สิ่งดี ๆ

4.ต้นมะลิ  เป็นต้นไม้มงคลที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้เพื่อเก็บดอกมาไหว้บูชาพระในบ้าน เป็นต้นไม้ที่ให้กลิ่นหอมกับบ้าน เชื่อว่าเป็นต้นไม้มงคลที่สร้างความบริสุทธิ์ให้กับบ้านที่เราอยู่ ปลูกแล้วทำให้บ้านมีแต่คนรักคนเคารพนับถือ ต้นมะลิจึงพบตามบ้านทั่วไปมากมายในปัจจุบัน

5.ต้นกระบองเพชร  เป็นต้นไม้มงคลที่คนเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ทำให้การงานเจริญก้าวหน้า ให้โชคลาภแก่คนที่นำมาปลูก ส่วนใหญ่คนทำงานจะนิยมนำมาปลูกไว้บนโต๊ะทำงานกัน เชื่อว่าจะทำให้การงานเจริญรุ่งเรือง ต้นกระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่มีความอดทนต่อทุกสภาพอากาศ

6.ต้นกล้วยไม้ เป็นต้นไม้มงคลที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกกันตามบ้านเรือนมากมาย เชื่อว่าปลูกไว้แล้วทำให้คนในบ้านมีคุณธรรม เป็นคนจิตใจอ่อนโยน บางบ้านก็นิยมปลูกไว้เพื่อเก็บดอกมากราบไหว้พระในบ้าน

Continue Reading

กฎหมายกับการทำแท้งในสังคมไทย 

คำถามก็คือว่า ถ้าเป็นกรณีที่นอกเหนือจากเหตุ 2 ข้อนี้  ไม่ว่าจะเป็นการทำแท้งเนื่องจากความไม่พร้อมของฝ่ายหญิง   หรือความไม่พร้อมของฝ่ายชาย   การทำแท้งเนื่องจากความไม่พร้อมทางเศรษฐกิจ คือ ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดูทารกที่จะเกิดมา  และอื่นๆ  ก็คงไม่สามารถจะทำแท้ง ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

            การทำแท้ง นั้น ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม  หญิงซึ่งมีครรภ์   หรือว่าที่คุณแม่จำเป็น ในอนาคตนั้น  คือบุคคลที่น่าจะได้รับความเห็นใจมากที่สุด   

           แน่นอน  การแก้ปัญหาในสังคมนั้น  เมื่อเกิดการกระทำอะไรที่ทำผิดกฎหมายกันมากๆ  วิธีการหนึ่ง ก็คือ  การทำให้สิ่งที่ผิดกฎหมาย ให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องกฎหมาย  ในหลายเรื่อง อาจจะใช้ได้ผล เพราะเมื่อทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย  รัฐอาจควบคุมได้  แต่บางเรื่องถ้ามีกันมากจนเลยเถิด  รัฐจะควบคุมได้จริงหรือไม่ เช่นกรณีความคิดที่อยากให้ทำแท้งเสรี

         ความคิดที่อยากให้ทำแท้งเสรี หรือการยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งนั้น  คงไม่น่าจะเป็นความคิดที่ดีเท่าไรนัก  เพราะอย่างไรก็ตาม ทารกในครรภ์ ก็คือหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมาในโลก  การทำแท้ง จึงไม่ต่างอะไรกับการฆ่าคนเลย  ฉะนั้นการห้ามทำแท้ง ก็น่าจะยังคงมีอยู่  เพียงแต่ข้อยกเว้นในเรื่องการทำแท้ง อาจจะมีการพิจารณาปรับปรุงกันได้  เฉกเช่นเรื่อง

         บทบัญญัติในมาตรา 305  ของประมวลกฎหมายอาญาที่เป็นข้อยกเว้นที่ให้ทำแท้งได้นั้น เป็นบทบัญญัติที่บังคับใช้ในสังคมไทย มาเป็นระยะเวลายาวนานมากแล้ว     อาจถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่สังคมไทย  อาจจะต้องเปิดช่องให้มีข้อยกเว้นในบางกรณีที่นอกเหนือจากสุขภาพของหญิง  เช่น กรณีสุขภาพของทารกในครรภ์มารดา ที่อาจเกิดมาไม่ครบ 32 ประการ  เพราะถ้าให้เด็กเกิดมาในสภาพที่ไม่พร้อม    คนที่น่าจะเดือดร้อนมากที่สุด ก็คือ เด็กที่จะเกิดมา  นั่นเอง

         อันที่จริงแล้ว  การแก้ไขปัญหาสังคมเช่น กรณีของการทำแท้งนั้น กฎหมายน่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุแล้ว  การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือ การสร้างความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่ต้น ให้กับเยาวชนของชาติทั้งหญิงและชาย   ให้รู้จักการมีเพศสัมพันธ์ในวัยที่พร้อม     และที่สำคัญก็คือ  การสอนหรือเน้นย้ำความเป็นกุลสตรีที่ดี  ให้กับเยาวชน  คุณค่าของการเป็นหญิงไทยที่ดีพร้อม  มากกว่าการหลงไปกับวัฒนธรรมต่างประเทศ  ที่เลยเถิดไปจากแบบแผนอันดีของสังคมไทยในอดีต  อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สถาบันการศึกษา  อาจต้องหวนย้อนกลับมาพิจารณากันใหม่   สิ่งที่ดี ในอดีตที่เคยพร่ำสอนกันมาในเรื่องการวางตนของชายและหญิง อาจถึงเวลา ที่ต้องให้เยาวชนของเราต้องตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 900

Continue Reading