ดาราสาวถูกจับกุม หลังโฆษณาอาหารเสริม  คุณสมบัติเกินจริง

           ในขณะนี้คงไม่มีใครที่เป็นข่าวร้อนแรงได้กับดาราสาว อย่างกาละแมร์  พัชรศรี  เป็นไม่มีอีกแล้ว   นั่นก็เพราะว่าในขณะนี้ฉันกำลังเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของการถูกตรวจสอบและอาจจะนำมาซึ่งการถูกจับกุมเนื่องจากว่าเธอนั้นได้มีการไลฟ์สดขายอาหารเสริมซึ่งเป็นบริษัทของเธอเอง โดยในการไลฟ์สดของเธอนั้นได้มีการโฆษณาสินค้าของเธอว่ามีคุณสมบัติเวอร์เกินความเป็นจริง 

            ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่เมื่อกินเข้าไปแล้วสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้  หรือคุณสมบัติที่ว่าหากใคร ที่เป็นโรคมะเร็งอยู่หากินอาหารเสริมของเธอนั้นถึงแม้จะเป็นมะเร็งระยะที่ 3 ก็สามารถฆ่าเชื้อมะเร็งได้และหายจากการเป็นโรคมะเร็งได้ในที่สุด  อีกทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆที่เวอร์วังมากทำให้หลายคนที่เห็นการรีวิวสินค้าของเธอในระบบออนไลน์นั้นต่างก็มองว่าเป็นการที่โฆษณาสินค้าของเธอเกินความเป็นจริงมากเกินไป

           ที่สำคัญยังมีสินค้าที่เป็นอาหารเสริมบางตัวที่ระบุด้วยว่าหากใครอยากตาสองชั้นและเหนียงหายหน้าเรียวเล็กก็สามารถกินอาหารเสริมของเธอได้ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้านั้นสวยขึ้นมาเลยทีเดียว  ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้เมื่อทางด้าน อย. ได้เห็นก็ออกมาพูดถึงการโฆษณาเกินจริงในครั้งนี้ของเธอว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและยังส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภคอีกด้วย  

         และจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มีการออกมาแฉถึงพฤติกรรมของเธอว่าดาราสาวท่านนี้มีการขายสินค้าอาหารเสริมและพูดโฆษณาเกินจริงนี้มาแล้วหลายครั้งซึ่งได้ถูกดำเนินคดีทางกฎหมายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ครั้งด้วยกัน  แต่ไม่ได้เป็นข่าวโด่งดังจนมาล่าสุดที่เธอมีการโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องของอาหารเสริมที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ทำให้เป็นกระแสโด่งดังในโลกออนไลน์และจนในที่สุดก็มีการเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องของการโฆษณาอาหารเสริมของเธอว่าเธอโดนดำเนินคดีมาแล้วหลายคดีนั้นเอง

            อย่างไรก็ตามหากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆอยู่ในขณะนี้เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อประชาชนในการใช้วิจารณญาณในการพิจารณาที่จะซื้ออาหารเสริมมากินไม่ว่าอาหารเสริมนั้นจะเป็นของบริษัทของดาราหรือของบริษัทของบุคคลทั่วไป  โดยควรพิจารณาจากการโฆษณาหรือรีวิวต่างๆว่าอาหารเสริมที่มีการรีวิวไว้อย่างเวอร์มากจนเกินไปนั้นแต่ที่จริงแล้วอาหารเสริมเหล่านั้นอาจจะไม่ได้มีคุณสมบัติสามารถทำได้ตามที่รีวิวไว้ก็ได้ดังนั้นหากใครที่มักจะซื้ออาหารเสริมรับประทานก็ควรจะพิจารณาคุณสมบัติของอาหารเสริมที่จะซื้อให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่เสียเงินฟรี

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

Continue Reading

สถานการณ์ในประเทศไทย

สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้เข้มข้นหนัก นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงแล้วว่าจะยังไม่มี วัคซีน สำหรับการป้องกันไวรัสตัวใหม่เพิ่ม คุณอนุทิน ออกมาเปิดเผยแล้วดังนั้นใครที่กำลังลุ้นอยู่ว่าไทยเราจะมีวัคซีนตัวใหม่มาเพิ่มในเดือนพฤษภานั้นดูท่าทีตอนนี้รัฐบาลได้ออกมายอมรับแล้วว่ายังไม่มี

ซึ่งก็ได้เป็นการแถลงในช่วงปลายเดือนเมษาดังนั้นสัญญาณคงจะชัดเจนแล้วว่าเรื่องของไวรัสศึกวัคซีนที่คนอยากจะเห็นการนำเข้าวัคซีนตัวใหม่ๆมาเพิ่มนั้นยังไม่มีหวังขณะที่วันนี้ประเทศต่างๆทั่วโลกยังคงเดินหน้าเปิดประเทศกันต่อไปไม่ว่าจะเป็นอังกฤษที่เป็นการเปิดประเทศไปเรียบร้อยแล้วคนอังกฤษเข้าผับเข้าบาร์กินดื่มตามถนนอย่างมีความสุขไปเรียบร้อยแล้วอิสราเอลก็มีการใช้ชีวิตตามปกติยกเลิกข้อห้ามใส่หน้ากากที่สาธารณะ

นอกจากนี้ในเดืนอพฤษภาคนอิสราเอลกำลังจะมีการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเรียบร้อยแล้วนั้นสามารถที่จะเข้าสู่อิสนาเอลได้ดังนั้นอิสราเอลได้แซงหน้าประเทศไทยไปเยอะแล้ว โดยประเทศไทยได้พูดเรื่องนี้มานานเหลือเกินว่าอยากจะเปิดพื้นที่อยากจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแต่ว่าพูดก่อนเขาทำไม่ได้อิสราเอลพูดทีหลังฉีดวัคซีนกันไปเรียบร้อยแล้ว

เนื่องจากนี้ในขณะเดียวกันออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ได้มีการแถลงข่าวที่หลายคนต่างมองเห็นแล้วก็อิจฉาเพราะว่าออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็จะมีการเปิดประเทศให้ได้มีคนไปมาหาสู่กันได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้นิวซีแลนด์ในส่วนของผู้ติดเชื้อผู้เสียชีวิตจากการระบาดของโควิดก็ถือว่ามากกว่าประเทศไทย

ดังนั้นประเทศไทยปีที่แล้วพูดโม้เอาไว้เยอะโดยรัฐบาลที่บอกว่าเราติดเชื้อน้อยเราติดเชื้อต่ำมันเกิดอะไรขึ้นทำไมปีนี้มันถึงเปิดประเทศไม่ได้ไร้น้ำยาตรงไหนทำไมทำไม แพ้อิสราเอล แพ้อังกฤษ แพ้ออสเตรเลีย แพ้นิวซีแลนด์ คำตอบคือเราไม่มีวัคซีน

การที่ไม่มีวัคซีนถือว่าเป็นปัญหาทั้งในวิกฤตสุขภาพแล้วิกฤตด้ายเศรษฐกิจในด้านวิกฤตของสุขภาพนั้นทำให้ประเทศไทยในรอบนี้ต้องเจอกับการระบาดของโควิดระลอกใหม่ตัวเลขสู่โซน4หลักอย่างต่อเนื่องโชคดียังไม่ถึงโซน4,000สูงสุดอยู่ที่1,500แต่ก็ถือว่าขนพองสยองเกล้า

เพราะว่าเริ่มมีความกังวลกันอย่างรุนแรงว่าในที่สุด1,300-1,500ที่ได้วนไปมาแบบนี้นั้นจะทำให้ไทยเผชิญปัญหาเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอแล้วก็อาจจะนำไปสู่การพังของระบบสาธารณะสุขได้

ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงสาธารณะสุขยังยืนยันอีกว่าเตียงของเราพอแต่ว่าข้อมูลจากหมอบางส่วนกยังได้ยืนยันว่าถึงจะพอก็พอแบบปริ่มน้ำหากพอมันก็จะมีความเสี่ยงมีความน่ากังวล

 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

Continue Reading

ครูโรงเรียนในจังหวัดสระบุรี ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กเหตุเพราะวิ่งเล่นในห้องเรียน

          เกิดเหตุฉาวอีกครั้งสำหรับวงการครูโดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสระบุรีที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลเสาไห้เมื่อมีผู้ปกครองคนหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพพร้อมกับแชร์เรื่องราวบอกเล่าพฤติกรรมของคุณครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งโดยระบุว่าเธอมีลูกสาวและลูกชายเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ซึ่งลูกชายของเธอนั้นเป็นลูกคนโตเรียนอยู่ชั้นป. 6

โดยเธอเล่าเหตุการณ์ว่าเมื่อประมาณวันที่ 24 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 ลูกชายของเธอในวัย 11 ปีถูกคุณครูผู้ชายคนหนึ่งทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บโดยครูนั้นใช้เท้าทั้งเตะและต่อยอีกทั้งยังบีบคอเด็กสาเหตุนั้นก็เพราะว่าลูกชายของเธอนั้นวิ่งเล่นในเวลาเรียน

โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อครูที่สอนเป็นประจำของห้องลูกชายนั้นลาป่วยไม่มาโรงเรียนจึงทำให้ครูที่ก่อเหตุทำร้ายเด็กนักเรียนต้องมาสอนแทนซึ่งเด็กๆในห้องเรียนบอกว่าคุณครูได้สั่งให้ทำงานหลังจากนั้นก็ออกจากห้องไปเด็กบางคนก็ทำงานบางคนก็วิ่งเล่นซึ่งหนึ่งในนั้นมีลูกชายของนางสมจิตรผู้ที่ร้องเรียนและแชร์ข้อความใน Facebook นี้ด้วย

โดยลูกชายของเธอได้บอกกับเธอว่ามีเด็กทั้งหมด 3 คนที่วิ่งเล่นกันอยู่เมื่อคุณครูเห็นว่ามีเด็กวิ่งเล่นก็ตรงเข้ามาที่ห้องและเมื่อรู้ว่าเด็กคนไหนวิ่งเล่นบ้างคุณครูก็ทำร้ายร่างกายเด็กทั้ง 3 คนหลังจากทำร้ายตบตีแล้วยังบังคับให้เด็กทั้ง 3 คนนั้นวิดพื้นเป็นการทำโทษอีกด้วยซึ่งเด็กทุกคนในห้องเรียนนั้นสามารถเป็นพยานได้ว่าครูกระทำการเช่นไร

โดยเมื่อเด็กกลับไปถึงบ้านได้เล่าเรื่องราวให้ผู้ปกครองฟังหลังจากนั้นเพียงไม่นานคุณครูก็ได้มีการมาหาผู้ปกครองของเด็กที่บ้านและได้พาเด็กไปทำการตรวจร่างกายพร้อมทั้งขอร้องไม่ให้ผู้ปกครองนั้นเอาผิดตนเองแต่ด้วยนางสมจิตรเห็นลูกของตนเองถูกทำร้ายอย่างหนักจึงไม่สามารถยอมความได้เธอจึงได้นำผลการตรวจร่างกายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจหลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นเธอได้เดินทางไปพูดคุยเรื่องดังกล่าวกับท่านผู้อำนวยการโรงเรียน

ซึ่งในวันที่เธอไปนั้นเธอยังพบว่าครูที่ก่อเหตุยังคงมาโรงเรียนและสอนเด็กนักเรียนตามปกติเธอจึงคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่าเธอจะให้ลูกสาวของเธอนั้นหยุดเกณฑ์ชั่วคราวก่อนจนกว่าครูที่ก่อเหตุนั้นจะถูกย้ายออกไปเนื่องจากว่าครูผู้ก่อเหตุนั้นเป็นคุณครูประจำชั้นของลูกสาวของเธอเธอจึงเกรงว่าลูกสาวของเธอนั้น

จะไม่ปลอดภัยอย่างไรก็ตามครูผู้ก่อเหตุผลดังกล่าวได้มีการส่งข้อความมาหาเธอและร้องขอให้เธอนั้นไม่เอาผิดแต่เธอยืนยันว่าเธอต้องการที่จะดำเนินคดีจนถึงที่สุดเพราะคุณครูท่านนี้เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนมาแล้วแต่ครั้งนี้ก็ยังมาทำอีกดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการให้คุณครูท่านนี้สอนในโรงเรียนนี้อีกต่อไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    sa casino ฟรี300

Continue Reading

ปัญหาเพื่อนบ้านทะเลาะกันเพราะหมา

           เช็คได้ว่าเป็นปัญหาเกือบทุกหมู่บ้านเลยก็ได้เกี่ยวกับเรื่องของหาเส้นทางบ้านเลี้ยงบางบ้านอาจจะไม่ได้ชอบเลี้ยงสุนัขสักเท่าไหร่สู้ล่าสุดได้มีคนใช้ Facebook รายนึงได้มีการโพสต์คลิป ตอนที่ตัวเองกำลังตะโกนด่าเพื่อนบ้านส่วนสาเหตุที่ต้องตะโกนด่าเพื่อนบ้านนั้นก็เพราะว่าสุนัขของผู้หญิงที่โพสต์ Facebook นั้นมักจะส่งเสียงเห่าอยู่เป็นประจำทำให้เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงนั้น

ไม่พอใจกับเสียงสุนัขที่มีการเห่าโดยเธอมีการโพสต์ข้อความใน Facebook ระบุว่าเพื่อนบ้านของเธอนั้นมีปัญหากับการที่เธอเลี้ยงสุนัขซึ่งเธอเองก็เลี้ยงสุนัขไว้ภายในบ้านของเธอเองแต่เพื่อนบ้านของเธอก็ยังชอบมาต่อว่าและเคยทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขนาดที่ว่าเพื่อนบ้านมาต่อยหน้าแถมยังมีการข่มขู่ว่าจะเอาปืนมายิงสุนัขของเธออีกด้วยซึ่งหลังจากที่คลิปวีดีโอและข้อความที่เธอเขียนนี้ถูกแชร์กันออกไปก็มีนักข่าวลงไปสัมภาษณ์เธอถึงบ้านโดยระบุว่าคนที่มีการโพสต์คลิปใน Facebook

ดังกล่าวนั้นชื่อว่านางสาวอรณี เธอบอกกับนักข่าวว่าสาเหตุที่เธอได้มีการโพสต์ Facebook นั้นก็เพราะว่าเธอมีปัญหากับเพื่อนบ้านซึ่งเป็นบ้านของสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเธอมักจะทะเลาะกับเพื่อนบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำโดยสามีภรรยาคู่นี้มีการเช่าหอพักซึ่งตัวหอพักของสามีภรรยาคู่นี้ดันมาสร้างอยู่ติดกับบ้านของเธอ

ซึ่งบ้านของเธอนั้นมีการเลี้ยงหมาตัวเล็กพันธุ์ชิสุเอาไว้จำนวน 2 ตัวเธอรู้ไหมว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่ชอบหมาเวลาหมาของเธอเห่าสามีภรรยาคู่นี้ก็มักจะตะโกนด่าเข้ามาในบ้านของเธอไม่พอใจที่หมาของเธอนั้นเห่าส่งเสียงดังทำให้เธอแล้วก็สามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันเป็นประจำเกือบทุกวันซึ่งในคลิปที่เธอมีโพสต์ลงใน Facebook นั้นเป็นการทะเลาะกันครั้งล่าสุดโดยเพิ่งทะเลาะกันไปเมื่อวันที่ 21 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 นี่เองช่วงเวลาที่พวกเขาทะเลาะกันนั้นก็เป็นช่วงเวลาประมาณทุ่มหนึ่ง

ซึ่งตอนนั้นน้องผู้ชายได้มีการโยนไม้เข้ามาในบ้านซึ่งไม้นั้นก็ไปโดนไก่ที่เธอเลี้ยงเอาไว้ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเบื่อและรำคาญไม่อยากจะทะเลาะด้วยแต่ผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีเพราะเธอออกไปตลาดสามีภรรยาคู่นั้นก็ตะโกนบ่นเรื่องหมาของเธอเห่าเสียงดังอีกและยังมีการพูดด้วยคำพูดที่หยาบคายทำให้เธอทนไม่ไหวจึงได้มีการตะโกนด่าทอกลับไป

และจึงอัดคลิปเอาไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเธอยังกล่าวอีกว่าหลังจากที่ตะโกนด่าทอกันแล้วสามีของเธอและสามีของบ้านห้องเช่านั้นก็ได้ออกมาทะเลาะแล้วต่อยกันแต่เธอไม่ได้ถ่ายคลิปเอาไว้เท่านั้นเองซึ่งตอนนี้เธอได้มีการไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว 

         สำหรับปัญหาเรื่องของเพื่อนบ้านนั้นเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกยิ่งบ้านไหนมีการเลี้ยงสุนัขแล้วปล่อยให้ร้องส่งเสียงดังก็สร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านได้เหมือนกันเพราะจริงๆแล้วหากคุณจะเลี้ยงสุนัขคุณก็ต้องมีการดูแลสุนัขของคุณให้เป็นอย่างดีไม่ใช่ไปส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้านให้เกิดความรำคาญได้

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

Continue Reading

กิเลสทำลายครอบครัว

มรดกทำให้ครอบครัวแตกสาวสุดช้ำถูกครอบครัวร่วมมือช่วยกันซ้อม

       มีเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งได้มีการถูกเปิดเผยผ่าน Facebook ได้มีการลงเรื่องราวเอาไว้เกี่ยวกับพ่อแม่ลูกและพี่ชายซึ่งเป็นคนในสายเลือดเดียวกันรักกันมากเรียกได้ว่าครอบครัวของเธอมีฐานะร่ำรวยเจ้าของ Facebook ชื่อว่าคุณนุชได้ลงเรื่องราวเขียนเล่าเอาไว้ว่าตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ครอบครัวของเค้ามีความสุขทุกคนในครอบครัวรักใคร่กันแต่พอพ่อตายความสัมพันธ์ในครอบครัวก็มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง

โดยเฉพาะเรื่องของพินัยกรรมที่คุณพ่อทำไว้ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ว่ามรดกส่วนหนึ่งจะทำการยกให้กับคุณแม่แต่มรดกอีกส่วนถูกแบ่งออกมาให้กับคุณนุชซึ่งเป็นที่ดินประมาณ 100 ไร่ซึ่งใน Facebook ของคุณนุชได้ระบุเอาไว้ว่าตั้งแต่พ่อได้ตายจากไปแม่กับพี่ชายก็มีนิสัยแตกต่างออกไปโดยคุณนุชเขียนเอาไว้เหมือนกับว่าแม่และพี่ชายต้องการมรดกในส่วนของคุณนุช

โดยเธอยังเล่าอีกว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่กับพี่ชายของเธอพากันมารุมทำร้ายเธอด้วยการปิดประตูแล้วช่วยกันตบตีเธอโดยเธอได้เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ในวันนั้นว่า แม่ได้โทรมาตามเธอให้ไปหาได้บอกให้เธอนำของเก่าของพ่อเอาไปให้ที่บ้านเมื่อเธอไปถึงที่บ้านของแม่ได้สักพักพี่ชายของเธอก็มาถึงและพี่ชายของเธอยังนำชายฉกรรจ์ประมาณสี่คนเดินตามเข้ามาด้วยหลังจากนั้นพี่ชายของเธอก็ปิดประตูห้องแล้ว

แม่ของเธอก็เริ่มปากต่อว่าเธอเกี่ยวกับเรื่องทีเธอนำมรดกของพ่อออกไปขายแม่บังคับให้เธอกับเท้าขอโทษพี่ชายและทั้งแม่และพี่ชายก็รุมทำร้ายเธอแต่ในที่สุดเธอก็หนีออกมาได้แต่หลังจากนั้นแม่และพี่ชายก็ได้แจ้งความจับเธอ สำหรับนายคนมาอ่านเฟสของเธอก็สงสัยว่าทำไมเธอขายที่ดิน 100 ได้แค่เพียงหนึ่งล้านบาทเท่านั้นซึ่งเธอได้ให้เหตุผลว่าเธอขายให้กับญาติของเธอเอง

เพราะต้องการตัดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่พี่ชายต้องการมรดกในส่วนของเธอแต่กลับเป็นว่าถึงแม้เธอจะขายที่ดินไปแล้วพี่ชายของเธอก็ยังต้องการเงินในส่วนของการขายที่ดินไปซึ่งเธอได้มีคลิปเหตุการณ์ตอนนี้พี่ชายกำลังทำร้ายเธอออกมาแสดงให้ดูด้วยรวมถึงสามีของเธอก็ได้มีการโชว์บาดแผลจากเหตุการณ์ที่เข้าไปช่วยเธอหลังจากที่รู้ว่าเธอโดนทำร้าย

ซึ่งเธอเปิดเผยเรื่องนี้ก็เพราะว่าอยากให้ทุกคนรู้ว่ามรดกสามารถทำลายครอบครัวได้เรื่องนี้คงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาหลักฐานกันต่อไปว่าใครเป็นฝ่ายผิดกันแน่ระหว่างเธอแม่และพี่ชายของเธอ        

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  gclub online ผ่านเว็บ

Continue Reading

เกาะกระแส “พีท คนเลือดบวก”

           พูดได้เลยว่าตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก พีท คนเลือดบวก คนที่ออกมาบอกกับสังคมว่าเค้าก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งล่าสุดที่เป็นกระแสดังในโลกโซเชียล นั่นเกิดมาจากที่พีทได้ออกมาโพสต์เชิญชวนให้คนเข้าร่วมเรียนคอร์สที่เค้าเปิดสอนว่า มีเซ็กส์สดยังไงให้ปลอดภัยจากเชื้อเอชไอวี โดยค่าเข้าเรียนตกคนละ 500 บาท

ซึ่งโพสต์นี้ได้มีพยาบาลสาวที่ไม่เห็นด้วยได้ออกมาแชร์โพสต์ดังกล่าวและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงว่า ถ้าหากคุณพีทมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันแล้วปลอดภัยจริง ตัวคุณพีทเองก็คงไม่ติดเชื้อหรอก คิดได้ยังไงถึงจะไปสอนคนอื่น หลังจากคุณพีทได้เห็นข้อความดังกล่าวก็เกิดการปะทะคารมผ่านทางตัวหนังสือกันขึ้นจนถึงขั้นต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกันไว้ที่โรงพัก 

            คุณพิทคนที่เป็นข่าวดังอยู่ตอนนี้ ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเค้าเองติดเชื้อเอชไอวีมาทั้งหมด 4 ปี และหลังจาก 3 ปี ที่เขาได้รับยาต้านไวรัส ผลการตรวจเลือดของเค้าออกมามีค่าต่ำกว่า 40 เค้าเชื่อตามทฤษฐี U= U ว่า คนเลือดบวกแบบเค้า เวลามีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนโดยไม่ได้ใส่ถุงยาง ก็ไม่สามารถส่งเลือดบวกหรือแพร่เชื้อเอชไอวีให้กับคู่นอนของเค้าได้

  ซึ่งตอนนี้ที่เค้าได้มาเปิดเผยชีวิตตัวเองผ่าน Facebook ก็เพื่อที่จะได้สอนให้คนรู้จักกับโรคนี้มากขึ้น รวมถึงแนะนำการใช้ชีวิตในสังคม  วิธีป้องกันตัวเอง หรือแม้กระทั่งขั้นตอนการไปรักษา การรับยาต้านไวรัสจากทางโรงพยาบาล ซึ่งความคิดที่จะมาเปิดคอร์สสอนนั่นก็เพื่อให้คนที่เป็นโรคเอดส์และมีรสนิยมทางเพศแบบเค้าคือการไม่ชอบใช้ถุงยางได้เข้ามาเรียนก็เท่านั้นเอง

          โดยส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่คุณพีทพูดถึงทฤษฎี U=U นั้นมันใช้ได้เฉพาะผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่ได้รับยาต้านไวรัสมาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งเขาต้องดูแลตัวเองอย่างดี กินยาให้ตรงเวลาต่อเนื่องตลอด และผลตรวจเลือดต้องมีค่าต่ำกว่า40 เค้าถึงไม่ไปแพร่เชื้อโรคให้กับคนอื่นนั้นมันก็ถูกต้อง  แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องออกมาบอกว่ามาพูดเชิญชวนว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคเเอดส์หรือติดเชื้อเอชไอวี และได้รับยาต้านไวรัสทุกคนสามารถมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

          เรายังยืนยันที่จะเชื่อในสิ่งที่คุณหมอและตำราเรียนสอนเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยว่า ถ้าเราไม่มั่นใจในคู่นอนของเรา เวลาจะมีเพศสัมพันธ์กับใครเราควรใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพราะถุงยางอนามัยไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องป้องกันโรคเอดส์อย่างเดียว มันยังช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ได้อีกหลายโรค รวมถึงการป้องกันการตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์ในผู้หญิงเราอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  sagame

Continue Reading

แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่กับ #มี่โป๊ะแตก

       กำลังเป็นข่าวล่ามาแรงในโลกโซเชียวเป็นอย่างมากเพราะมีข่าวให้ติดตามมาหลายวันติดต่อกันแล้วกับ  #มี่โป๊ะแตก ซึ่งฉายา#มี่โป๊ะแตก นี้มากจากที่คุณ มี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนามเจ้าของเพจ ก๋วยจั๊บ Everyday ซึ่งได้มีดราม่าเกี่ยวกับชีวิตรักมาหลายวันแล้ว เริ่มจากที่ก่อนหน้านี้มีคนออกมาบอกว่า คุณมีที่เคยโด่งดังมากจากการออกรายการวิทยุรายการหนึ่งที่ชื่อว่า พุธทอร์กพุธโทร

โดยความดังเริ่มมาจากเธอมาเล่าประสบการณ์ความรักกับแฟนว่าผู้ชายจะพามากินก๋วยจั๊บทุกครั้งที่เจอกันซึ่งหลายคนที่ได้ฟังเรื่องราวความรักของเธอแล้วรู้สึกว่ามันน่ารักมาก จนเธอไปเปิดเพจ ก๋วยจั๊บ Everyday ซึ่งมีคนติดตามเพจนี้กันมากมาย แต่ต่อมามีคนออกมาแฉเธอว่าที่จริงแล้วผู้ชายคนที่เธอคบด้วยและไปกิน ก๋วยจั๊บ ด้วยกันทุกวันนั้นมีลูกมีเมียอยู่แล้ว

และเธอเป็นคนที่เข้ามาทีหลัง ที่สำคัญเธอเองก็รู้ดีด้วยว่าผู้ชายมีครอบครัวแล้วแต่เธอก็ไม่สนใจ ยังนำเรื่องราวความรักของตัวเองมาเล่าออกอากาศให้คนอื่นฟัง โดยภรรยาตัวจริงไม่ได้ออกมาเรียกร้องอะไร เพราะไม่อยากมีปัญหา ซึ่งเมื่อมีคนมาโพสต์แฉแบบนี้เธอจึงไม่ยอม ทำการโพสต์ภาพใบทะเบียนสมรสขึ้นมาแสดงให้ชาวโซเชียวดูว่า เธอไม่ได้แย่งสามีของใคร และเธอเป็นภรรยาตัวจริงของฝ่ายชาย

หลังจากที่ทะเบียนสมรสออกมา ก็มีคนออกมาแฉเธออีกรอบ ด้วยการบอกว่า ฝ่ายชายอยู่กินและมีลูกกับภรรยาของเขาอยู่ก่อนแล้วเพียงแต่เขาไม่ได้จดทะเบียนกันเพราะฝ่ายหญิงให้ว่าการจดทะเบียนสมรสก็เป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น และคนที่ออกมาแฉยังโพสต์ภาพใบหย่าของคุณมี่ขึ้นมาแสดงให้คนในโซเชียวดูด้วยว่า เธอจดทะเบียนสมรสได้แค่เดือนเดียวก็หย่า ซึ่งตอนนี้สถานะของเธอไม่ได้จดทะเบียนกับผู้ชายนานแล้ว

ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์นี้ดังขึ้นมาก็มีการจับโป๊ะคุณมี่อีกรอบ ด้วยการนำคลิปเสียงที่เธอมาออกรายการ ว่า พุธทอร์กพุธโทร อีกรอบเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 โดยมีตอนหนึ่งที่พิธีกรให้เธอพูดฝากอะไรถึงแฟนของเธอ ซึ่งเธอก็พูดประมาณว่า ฝ่ายชายยังได้มาขอและเธอกำลังรออยู่ และยังบอกด้วยว่าหากฝ่ายชายมาขอเธอพร้อมจะกินก๋วยจั๊บไปตลอดชีวิต

ซึ่งก็คนเอาคำพูดเธอมาเทียบใบทะเบียนสมรสว่าก็แต่งงานตั้งแต่ปี 2561 แล้วจะยังมาบอกว่าปี 2562 ยังไม่ได้แต่ได้ยังไง คงต้องรอดูกันต่อไปว่ารอบนี้เธอจะออกมาแก้ตัวว่ายังไง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บบาคาร่า sa ขั้นต่ำ 5 บาท

Continue Reading

เพิ่มยอดรางวัลนำจับเพิ่มอีกหนึ่งแสนบาท

ร้านทองที่ถูกปล้นที่ลพบุรีแถลงการณ์แสดงความเสียใจ ขอเพิ่มยอดรางวัลนำจับเพิ่มอีกหนึ่งแสนบาท

          จากเหตุการณ์ที่มีคนร้านบุกเข้ามาปล้นร้านทางออโรร่าที่สาขาโรบินสันในจังหวัดลพบุรีจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น ประธานของบริษัทออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ซึ่งมีนาย อนิวรรต ศรีรุ่งธรรม เป็นผู้ออกมาแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านทอง ซึ่งถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่รุนแรงและโหดร้ายเป็นอย่างมาก ทางร้านทอง มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

และต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคนเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทางห้างทองเองก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทางบริษัทขอประณามการ กระทำของคนร้ายในครั้งนี้ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเป็นอย่างมากและเป็นการกระทำที่อุจอาจเนื่องจากในห้องมีคนมาจับจ่ายซื้อของเยอะแยะ และคนร้ายยังยิงกราดใส่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งการกระทำของคนร้ายรายนี้เป็นการกระทำที่ไร้จิตสำนึก ไม่นึกถึงชีวิตของคนอื่น

ตอนนี้ทางบริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานลงไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาขาโรบินสันลพบุรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลพบุรีแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ของทางห้างทองออโรร่าจะเข้าพบกับทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน เพื่อประสานงานช่วยเหลือเรื่องของค่าใช้จ่ายในทุกๆด้านอย่างเต็มที่ จนกว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ซึ่งตอนนี้ทางบริษัททองออโรร่าได้เข้าประสานงานและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของห้างโรบินสันถึงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของบุคคลที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของภายในห้างให้มากกว่าเดิมและให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น  และสำหรับคนร้านทางห้างทองออโรร่าได้ทำการเพิ่มรางวัลนำจับตัวคนร้ายที่สามารถให้เบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายรายนี้จนสามารถจับตัวมาลงโทษได้จากเดิมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแสนบาท

หากใครรู้เบาะแส สามารถโทรแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่หมายเลข 089-2436860  และทางบริษัทจะติดตามการจับกุมตัวคนร้ายคนนี้มาลงโทษให้จงได้

             ซึ่งถือว่าคำแถลงการณ์ของทางร้านทอง มีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แม้จะไม่สามารถชดเชยต่อชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่การทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการแสดงความมีน้ำใจต้องครอบครัวคนเจ็บและคนที่เสียชีวิตได้มากแล้ว เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีใครอยากให้เกิดขึ้น และไม่มีใครคาดฝันมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกลางห้างที่มีคนเดินพลุกพล่านได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

Continue Reading

สามีนอกใจ มาขอหย่ากับภรรยาเพื่อไปอยู่กับเมียน้อย

          ข่าวนี้เกิดเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมาเพราะว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งที่ชื่ออาย ได้ออกมาโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวของ ตัวเอง ระบุว่าสามีที่คบกันมานาน 12 ปีกำลังมีลุกที่น่ารักได้เข้ามาของเลิกกับเธอโดยให้เหตุผลว่า สามีได้หมดรักในตัวของเธอแล้วและได้พบรักใหม่กับสาวที่ทำงานของตัวเอง ที่มีชื่อว่าจอย  จึงต้องการชอหย่าเพื่อไปอยู่กับจอย และนางสาวจอย ก็ได้มาคุยกับคุณอาย

เพื่อบอกให้คุณอายหย่ากับสามีซะ เพราะยังไงสามีคุณอายก็ต้องมารับผิดชอบชีวิตจอย โดยทางสามียืนยันว่าถึงคุณอายไม่ยอมหย่า สามีคุณอายก็ไม่ยอมเลิกกับคุณจอย สร้างความเสียใจให้กับคุณอายมาก แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะหย่าแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยเมื่อข้อความเธอมีการเผยแพร่ออกไป ก็มีคนแชร์เฟสของเธอกันมากมาย จนกลายมาเป็นข่าวดัง และผู้คนต่างก็พากันเข้าไปโพสต์แสดงความเสียใจและให้กำลังใจให้เธอลุกขึ้นสู้เริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้อีกครั้ง

         สำหรับปัญหาสามีมีเมียน้อยมีกิ๊กที่ทำงาน ไม่ใช่ปัญหาใหม่แต่เป็นปัญหาที่มานานหลายสิบหลายร้อยปีแล้ว ยิ่งในสังคมสมัยปัจจุบันผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกที่จะแย่งสามีของคนอื่นโดยที่ไม่ได้สนใจว่าเป็นการแย่งของ ของเขามา เขามีเมีย มีลูกอยู่แล้ว และเดี๋ยวนี้ผู้คนแทบจะไม่ใส่ใจกันแล้วว่า การกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี

หากคนอื่นรู้ทั้งตัวเอง พ่อแม่และญาติพี่น้องจะอับอายไปด้วย เพราะบางครั้งเมื่อสอบความกันจริงพ่อแม่บ้างคนก็สนับสนุนให้ลูกของตัวเองแย่งสามีคนอื่นเพียงเพราะผู้ชาย มีเงิน เดี๋ยวนี้ใครมีเงินจะมีเมียน้อยแค่ไหนก็ได้ สาวๆพวกนั้นยอมที่จะเป็นน้อย เป็นกิ๊ก ขอแค่เพียงมีเงินมาให้ใช้จ่าย

         สังคมไทยกำลังเจอกับสภาวะการเสื่อมโทรมของศีลธรรม ผู้คนสนใจการทำความดีกันน้อยลง เพียงแค่อยากได้ อยากมีก็สามารถที่จะแย่งสามีของคนอื่นมาเป็นของตน แล้วปล่อยให้เมียกับลูกน้อยของเขาต้องเสียใจ หลายคนรู้ว่าเขามีเมียแล้วแต่ก็ยังพยายามเข้าหาผู้ชาย เพียงเพื่อหวังในเงินทอง และหน้าที่การงานที่ดี บางคนมีกิ๊กเพราะเหงา เพราะสามีและภรรยาอยู่ห่างไกลกัน

อันที่จริงถ้าหมดรักกันแล้ว ก็ควรบอกเลิกกับภรรยาก่อนแล้วค่อยไปมีคนใหม่จะยังดูดีมากกว่า อย่างน้อยคุณก็จะไม่ได้พากันผิดศีลด้านกาเม

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

Continue Reading

สานฝันน้องแจ๋วแหวว อุ๊บ วิริยะ สอนเดินแบบฟรี

  หากยังจำกันได้เมื่อว่าทางสำนักข่าวช่องอัมรินนท์ได้มีการนำเสนอข่าวหนึ่งไปเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ขายพวกมาลัยช่วยแม่ที่แยกพระราม 9 แล้วมีการโพสต์ท่าเหมือนนางแบบจนมีคนแอบถ่ายรูปแล้วนำมาแชร์ต่อต่อกันเป็นจำนวนมากจนเป็นข่าวโด่งดัง 

ซึ่งเมื่อวานทางนักข่าวได้ไปเจอกับยายของน้องแจ๋วแหวว น้องคนที่ขายพวงมาลัยแล้วโพสต์ท่านางแบบจนเป็นข่าวดังข้ามคืน ยายบอกว่าน้องเป็นคนขยันเรียน และมาช่วยครอบครัวขายมาลัยเอาเงินไว้ไปเรียนหนังสือ เมื่อวานยายบอกว่าน้องอยากเป็นหมอ อยากเป็นนักแสดง 

แต่น้องเป็นคนขี้อาย และเมื่อข่าวออกเมื่อคืน คุณ อุ๊บ วิริยะ นักปั้นมือทองบอกว่าอยากเจอมาก จนวันนี้นักข่าวได้พาไปเจอกับน้องแจ๋วแหวว และคุณอุ๊บ วิริยะ ได้สอนน้องเดินแบบเพราะอยากช่วยน้องให้ทำในสิ่งที่น้องชอบ เพราะคุณอุ๊บ วิริยะ มีสถานบันสอนเดินแบบ จึงอยากสานฝันให้น้องไปเรียนเดินแบบฟรี 

ซึ่งเรื่องนี้พอมีคนรู้ว่าคุณ อุ๊บ วิริยะจะมาช่วยสอนเด็กเดินแบบก็มีกระแสดราม่าออกมาว่าจะเกาะกระแสเด็กดัง ซึ่งคุณ อุ๊บก็บอกแต่เพียงว่า หลายคนก็หลายความคิด ใครจะว่าอย่างไรก็จะไม่สนใจ เพราะตัวเองรู้ว่ากำลังทำอะไร เพราะเป็นความตั้งใจของตัวเองอยู่แล้วว่าอยากจะช่วยสังคม ดังนั้นพอเห็นว่าเด็กมีความสามารถและมีความตั้งใจดีที่อยากจะเรียนเดินแบบ เพื่อจะได้มีรายได้ไปช่วยเหลือครอบครัวในอนาคต ทำให้คุณ อุ๊บ อยากจะช่วยเหลือ เพราะไม่ได้เป็นการนำเงินไปช่วยแต่เป็นการช่วยสานฝันให้น้องได้ทำตามสิ่งที่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จ

ซึ่งในครั้งนี้คุณ อุ๊บยินดีให้น้องเรียนฟรี และไม่ได้บังคับน้องว่าจะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ และถ้าเรียนก็สามารถเลือกเรียนได้ว่าจะเรียนร้องเพลงหรือเรียนเดินแบบก็ได้  ซึ่งหลายคนทีรู้จักกับเด็กแจ๋วแหวว ต่างก็ออกมาบอกว่าเด็กน้อยเป็นคนนิสัยดี ชอบออกมาช่วยแม่ทำงาน ที่มีอาชีพขายพวงมาลัย และน้องเป็นคนรักสวยรักงาม จะต้องแต่งตัวให้สวยก่อนจึงจะสามารถออกขายพวกมาลัยได้ ซึ่งน้องเองก็เคยบอกกับแม่ว่าอยากจะเป็นนางแบบ น้องมีความสุขในการเดินโพสต์ท่าแต่งตัวสวยสวย ซึ่งการที่คุณ อุ๊บ เข้ามาช่วยเหลือเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องทีน่ายินดีเป็นอย่างมาก 

         สำหรับเรื่องของคุณ อุ๊บช่วยเหลือเด็กในการสานฝันให้เรียนฟรีนั้นถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่ดี เราจังไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่เขาทำความดี เราควรจะส่งเสริมและช่วยสนับสนุนจะดีกว่า

Continue Reading